แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลิขิตชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ลิขิตชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
จุดจบของชีวิตที่ยุ่งเหยิง
บทความนี้อาจเป็นบทความสุุดท้ายของลูกผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องต่อสู้ชีวิตมาตลอดไม่ว่าจะสู้ด้วยความดีงามเพียงใดมันก็ไม่ได้ทำให้มรสุมชีวิตของเธอดีขึ้น มันยิ่งหนักมากขึ้นทุกวัน เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะลาจากโลกใบนี้สักที ไม่ใช่ว่าเธอยอมแพ้ต่ออุปสรรคขวากหนามแต่เธอคิดและไตร่ตรองแล้วว่าชีวิตที่เธอมองและตัดสินใจว่าทุกคนต้องอยู่ได้ ทุกคนสามารถพึ่งตนเองได้แล้วโดยไม่มีเธออยู่ในโลกใบนี้ได้ เด็กๆก็คงจะอยู่กับพ่อของเขากันได้ เด็กๆรู้จักที่จะรับผิดชอบและจัดการกับการดำรงชีวิตได้เธอมั่นใจ หากไม่มีเธอ เหลือเพียงผู้หญิงแก่คนหนึ่งเท่านั้นที่เธอเป็นห่วง แต่ก็คงไม่ต้องเป็นห่วงมากมายเพราะเธอผู้นั้นมีทรัพย์สมบัติและบ้านของเธอเอง เธอคงขายและนำเงินมาดำรงชีวิตของเธอได้โดยไม่มีฉัน ฉันพยายามที่จะสู้กับอาจจะเรียกว่ากรรมแต่ในอดีตชาติหรืออย่างไร แต่เธอมีความทรงจำที่ดี จำได้ว่าในชาตินี้เธอไม่เคยทำกรรมกับผู้ใด มีแต่ให้ทานผู้อื่นเสียมากกว่า แต่ ณ วันนี้มันมีเหตุการณ์ที่หนักหนาสาหัสมากที่เธอได้รับเสียจนจะไม่เหลือซึ่งวิญญาณในร่างกายของเธอแล้ว เธอตัดสินใจที่จะลาโลกใบนี้ไปอยู่ในที่ๆซึ่งไม่มีทั้งวิญญาณและสังขารอีก
มันจะคงเหลือจิตที่บริสุทธิ์ของเธอผู้นั้นเท่านั้นเองที่ล่องลอยอยู่ในที่ใดที่หนึ่ง ที่ไม่มีใครรู้ใครเห็นว่าเธอผู้นั้นไปไหน แต่ทุกชัีวิตที่รู้จักเธอ คงจะจดจำความดีงามที่ลูกผู้หญิงคนหนึ่งเคยสร้างไว้ ทั้งกับคนยากจน คนมี คนรวย หรือแม้กระทั่งขอทาน ลูกเด็กเล็กแดงที่เธอเคยมอบให้นั้นเอง ความดีงามของเธอผู้นั้นมันคงจะเป็นอุทธาหรณ์สอนเพื่อนมนุษย์ทุกชีวิตได้บ้างว่า ในโลกใบนี้เราเคยได้รู้จักเธอผู้หญิงตัวเล็กที่เกิดมาจากการปลูกรากฐานแห่งพระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มันติดมากับตัวของเด็กสาวผู้นี้ตั้งแต่แรกเกิด ในจิตเดิมแท้ของแท้มีแต่่การสร้างความดีงาม ต่อสู้กับสิ่งชั่วร้ายหรือแม้กระทั่งเรื่องบางเรื่องที่คนอย่างเราคิดไม่ถึง แต่แล้วเธอก็จากไปคงเหลือไว้แต่ความทรงจำที่ดีงาม
วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555
โดดเดี่ยวโดยสิ้นเชิง
ชีวิตของมนุษย์นั้นเป็นเรื่องแปลกมีทั้งสับสนวุ่นวายต่างๆนาๆสารพัดเรื่องราวหลากหลายกันไป ตัวฉันเองก็ฒีสิ่งเหล่านั้นเหมือนเช่นมนุษย์ทั่วไปเหมือนกัน ฉันมีเลือดมีเนื้อมีความรู้สึกร้อนรู้สึกหนาวเหมือนผู้หญิงทั่วไป อยากมีใครสักคนเดินเคียงข้างฉันเวลาฉันเหงาฉันทุกข์ฉันเจ็บและล้ม ฉันก็ไม่ต่างกับผู้หญิงคนอื่นที่ต้องการใครสักคนฉุดมือฉันให้ลุกขึ้นอย่างเข้มแข็ง ถึงแม้ภายนอกฉันจะทนง องอาจหรือสง่างาม ไม่ว่าจะเป็นความอดทนเข้มแข็ง แต่มีใครบ้างที่รู้ไหมว่าภายในฉันนั้นอ่อนแอมากเมื่อเวลาฉันเหนื่อยฉันล้า ฉันเหงา ฉันก็เหมือนคนอื่นอยากมีชีวิตที่สดใสร่าเริง อยากมีคู่รัก
ที่เดินเคียงข้างกัน แต่อะไรเล่าที่ทำให้ฉันเป็นเช่นนี้ บาปกรรมแต่อดีตที่ฉันทำอย่างนั้นหรือ ทำไมมันช่างโหดร้ายต่อฉันเพียงนี้ ฉันเกิดมาก็ใช่จะสุขภายในเหมือนพี่น้องคนอื่นเลย ฉันโดนใช้ให้ทำทุกอย่าง หนึ่งเดียวในพี่น้องสามคน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แต่เมื่อโตฉันก็ยังต้องเป็นผู้นำอีก ฉันจะต้องทนทุกอย่างไปถึงเมื่อไหร่ นี้คือความคิดของฉันทุกครั้งเมื่อนึกถึงขึ้นมาตรงนี้ ยามที่ฉันเริ่มท้อแท้ใจและเหนื่อยล้าเสียเหลือเกิน ฉันไม่เคยมีชีวิตที่ด้วยขนาดเช่นทุกวันนี้เลย บางวันฉันแทบจะไม่มีเงินติตัวสักบาทเดียวแล้วอีกหลายชีวิตที่่ฉันต้องรับผิดชอบจะกินอะไรเหล่า โอกาสที่ได้รับก็หามีวี่แววจะสดใส อนาคตลูกน้อยจะเป็นเช่นไร มีใครไหที่จะให้โอกาสฉันได้ลืมตาและลุกขึ้นยืนบ้าง ฉันอยากให้โลกใบนี้รับรู้เสียเหลือเกินว่าในโลกใบนี้ยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่มันน่าอนาถเสียกระไร
ที่เดินเคียงข้างกัน แต่อะไรเล่าที่ทำให้ฉันเป็นเช่นนี้ บาปกรรมแต่อดีตที่ฉันทำอย่างนั้นหรือ ทำไมมันช่างโหดร้ายต่อฉันเพียงนี้ ฉันเกิดมาก็ใช่จะสุขภายในเหมือนพี่น้องคนอื่นเลย ฉันโดนใช้ให้ทำทุกอย่าง หนึ่งเดียวในพี่น้องสามคน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แต่เมื่อโตฉันก็ยังต้องเป็นผู้นำอีก ฉันจะต้องทนทุกอย่างไปถึงเมื่อไหร่ นี้คือความคิดของฉันทุกครั้งเมื่อนึกถึงขึ้นมาตรงนี้ ยามที่ฉันเริ่มท้อแท้ใจและเหนื่อยล้าเสียเหลือเกิน ฉันไม่เคยมีชีวิตที่ด้วยขนาดเช่นทุกวันนี้เลย บางวันฉันแทบจะไม่มีเงินติตัวสักบาทเดียวแล้วอีกหลายชีวิตที่่ฉันต้องรับผิดชอบจะกินอะไรเหล่า โอกาสที่ได้รับก็หามีวี่แววจะสดใส อนาคตลูกน้อยจะเป็นเช่นไร มีใครไหที่จะให้โอกาสฉันได้ลืมตาและลุกขึ้นยืนบ้าง ฉันอยากให้โลกใบนี้รับรู้เสียเหลือเกินว่าในโลกใบนี้ยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่มันน่าอนาถเสียกระไร
วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555
ขอบคุณสำหรับทุกก้าวย่างที่ข้ามฉัน
วันนี้อาจเป็นวันที่ฉันได้เริ่มลุกขึ้นยืน แต่จะเข้มแข็งหรือไม่นั้นอยู่ที่ตัวฉันจะก้าวเท้าแรกออกไปเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่าอนาคตและความสำเร็จของดวงใจน้อยๆของฉันทั้งสามคนและอีกดวงใจหนึ่งคือพระที่เหลือในบ้านอีกรท่านหนึ่งที่ฉันคงต้องกราบท่านทุกวันเหมือนเดิมก่อนไปทำงาน อีกไม่กี่วันเท้า2ข้างของฉันจะก้าวสู่การทำงาน มันจะพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าตัวฉันทำได้หรือไม่ เท่านั้นเองกับอนาคตทั้ง3ของฉัน
มาวันนี้ฉันอยากบอกให้โลกรับรู้ว่า ฉันขอขอบคุณทุกเท้าที่ก้าวข้ามฉันไม่ว่าจะเหยียบย้ำหรือกระโดดข้ามฉันให้ฉันได้รับอะไรบ้างก็ตาม แต่ฉันขอบคุณทุกเท้าเหล่านั้นที่ทำให้ฉันเข้มแข็งและลุกขึ้นอย่างมั่นคง ขอบคุณทุกชีวิตไม่ว่าจะเป็นพี่ น้อง เพื่อนฝูงที่ทำให้ฉันล้มแบบไม่มีวันลุก แต่ฉันคิดว่านั้นคือบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่จริงๆ ฉันอโหสิกรรมกับพวกเขาเหล่านั้น ฉันให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่ามันจะเป็นบ่วงกรรมในอดีตภพภูมิเดิม หรือ สิ่งที่ฉันก่อไว้ในภพภูมินี้ก็ตาม ฉันคิดว่าฉันกระทำความดีโดยไม่ได้หวังผลตอบแทนใดๆ และฉันไม่ได้หวังว่าการทำความดีแล้วฉันต้องได้รับผลตอบแทนจากการทำความดีให้ฉันลุกได้แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตนั้นก็หมายถึง4ชีวิต 4ดวงใจที่รอฉันลุกและก้าวเดินจูงมือไปสู่อนาคตที่สวยงามมากกว่า วันนี้ฉันมาเพื่อขอบคุณเพื่อนทุกคนที่ฉันผ่านพบ พี่ทุกคนที่ฉันรู้จัก ด้วยเจตนาใดๆที่ตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ คิดหรือไม่ได้คิดไตร่ตรองกับผลของการทำความดี ถึงแม้ท่านเหล่านั้นจะนำพาซึ่งความหายนะสู่่ฉัน ฉันถือว่าวันนี้ฉันได้แจ้งความเจตนาอโหสิกรรมแด่ทุกท่านทั้งแล้วสิ้้น เพราะฉันคิดว่าสิ่งที่ฉันไม่รับรู้หรือรับรู้หากเราอโหสิกรรมต่อกันไม่จองเวรซึ่งกันและกัน มันคือสิ่งที่ดีที่สุดและเป็นมงคลต่อชีวิตของฉันแล้ว ดังองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้
และสั่งสอนเหล่าสรรพสัตว์ทุกชีวิตในโลกใบนี้ไซร้โดยแน่แท้ ฉันอนุโมทนาแด่ทุกชีวิตเหล่านั้นจริงๆ นั้นหมายถึงก้าวแรกของการย่างไปจะต้องก้าวเดินอย่างระมัดระวังให้เป็นอย่างดีและปลอดภัยไม่เหมือนที่ผ่านมา และฉันก็จะไม่ย้อนอดีตกับไปคิดถึงมันแต่จะจดจำไว้เป็นบทเรียนที่มีค่าและราคาแพงมากที่สุดในชีวิตของฉันให้ซึ้งถึงสัจจธรรมโดยแท้จริงว่าในโลกใบนี้ไม่มีใครที่เห็นดีงามและรักเราสุดชีวิตเท่ากับพ่อแม่และลูกของเราแล้ว ฉันควรจะก้าวเดินเพื่อเขาอย่างระมัดระวังในต่อแ่นี้ไป
วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555
นาทีวิกฤตที่ไร้สติ
ใต้สายฝนอันชุ่มฉ่ำใครจะรู้บ้างเล่าว่าบ้านหลังปานกลางนั้นจะซ่อนด้วยน้ำตาของลูกผู้หญิงคนหนึ่ง ยามค่ำคืนเธอจะแอบร้องไห้เพียงลำพังไม่มีใครเห็นภายในห้องน้ำเล็กๆยามค่ำคืน ชีวิตของเธอผ่านมรสุมชีวิตที่หนักแสนสาหัสคนเดียวที่ต้องรับผิดชอบชีวิตอีก4ชีวิตให้คงดำรงอยู่พร้อมทั้งอนาคตที่สวยสดงดงามที่เธอเฝ้ารอคอย 3ชีวิตที่ไร้เดียงสา กำลังเติบโตเป็นหนุ่มสาวนั้น
หารู้ไม่ว่าภายในห้องน้ำเล็กมุมหนึ่งมีหยาดน้ำตาของผู้หญิงคนหนึ่งที่เรียกว่าแม่หล่นลงกับพื้นห้องทุกวัน ไม่มีใครรู้เลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆคนนั้นจะเจ็บปวด เหนื่อยแสนสาหัสเพียงใด เธอต้องดิ้นรนกระเสือกกระสนหารายได้เข้ามาหล่อเลี้ยงทุกคนไม่ให้ทุกคนรู้สึกว่าอะไรเกิดขึ้นภายในบ้าน จากชีวิตที่เราเคยสุขสบายอยู่อย่างพอเพียง ครอบครัวน้อยๆนี้มีกินมีใช้เพราะหัวหน้าครอบครัวตัวเล็กๆคนนี้หาเลี้ยง แต่ ณ วันนี้ใครเล่จะรู้ว่า หัวหน้าครอบครัวจะเจอมรสุมชีวิตหนักหนาสาหัส ไหนหนี้สินที่ธนาคารติดตาม ไหนค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน มาเจอมรสุมหนัก ภัยพิบัติน้ำท่วมอีก ชีวิตของเธอแย่จนเธอแทบล้มทั้งยืน จากสายตาหลายๆคนที่มองอยู่รอบๆ แต่ความรู้สึกเหล่านี้หาพ้นสายตาคนไหนบ้านที่เฝ้ามองดูผู้หญิงคนนี้จัดการเรื่องราวทั้งหมดภายในบ้านด้วยความสุขุมมากขึ้น เธอจะนิ่งมากขึ้นมีสติมากขึ้น ในการดำรงชีวิตในปัจจุบัน เธอยึดมั่นกับคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
มากขึ้นทุกวัน กระทำแต่ความดีมาตลอดชีวิตของเธอผู้นี้ ความมีเมตตาธรรมที่เธอยึดแน่นเพราะคำสั่งสอนของคุณยายเธอที่เฝ้าสอนเธอมาตลอด ให้ทำแต่ความดีนะลูกไม่เบียดเบียนใคร แต่มาวันนี้เธอเศร้ามากขึ้นจากศักดิ์ศรีที่เธอยึดมั่นไม่เคยเบียดเบียนใคร แต่นาทีวิกฤตในการที่เธอจะต้องพาทุกคนไปให้ถึงฝั่งเธอได้ผิดคำสั่งสอนของการทำความดี ต้องหันหน้าไปหยิบยืมเงินทองมากขึ้น ทั้งที่เธอไม่เคยเอ๋ยปากกับใครเลย ทั้งๆที่เมื่อก่อนเธอเป็นผู้ให้คนเหล่านั้นด้วยซ้ำไป ทำไมกรรมในอดีตที่ในชาตินี้มนุษย์อย่างเราๆไม่มีใครรู้ว่าอดีตชาติของแต่ละคนทำบาปอะไรไว้ การทำความดีในชาตินี้ไม่สามารถลบล้างบาปในอดีตได้เลยหรือ ฉันเฝ้าคิดตลอดเวลา ข้างบนลงโทษอะไรฉันแทบปางตายเช่นนี้นี้คืออีกบทความหนึ่งที่ได้เกิดขึ้นจริงในสังคมปัจจุบันนี้ และยังมีครอบครัว ชีวิต อีกมากมายที่ประสบปัญหาเหล่านี้ สติ สมาธิ นี่คือสิ่งที่ท่านทุกคนควรยึดมั่นในการดำรงชีวิต หากเราขาดสิ่งเหล่านี้เมื่อใด ชีวิตก็ไร้ซึ่งวิญญาณ นั้นคือการตัดสินใจและการหาทางออกของมนุษย์ทุกวันนี้ ทุกปัญหามีทางแก้ไขหากมนุษย์ยึดมั่นในคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เทอญ
หารู้ไม่ว่าภายในห้องน้ำเล็กมุมหนึ่งมีหยาดน้ำตาของผู้หญิงคนหนึ่งที่เรียกว่าแม่หล่นลงกับพื้นห้องทุกวัน ไม่มีใครรู้เลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆคนนั้นจะเจ็บปวด เหนื่อยแสนสาหัสเพียงใด เธอต้องดิ้นรนกระเสือกกระสนหารายได้เข้ามาหล่อเลี้ยงทุกคนไม่ให้ทุกคนรู้สึกว่าอะไรเกิดขึ้นภายในบ้าน จากชีวิตที่เราเคยสุขสบายอยู่อย่างพอเพียง ครอบครัวน้อยๆนี้มีกินมีใช้เพราะหัวหน้าครอบครัวตัวเล็กๆคนนี้หาเลี้ยง แต่ ณ วันนี้ใครเล่จะรู้ว่า หัวหน้าครอบครัวจะเจอมรสุมชีวิตหนักหนาสาหัส ไหนหนี้สินที่ธนาคารติดตาม ไหนค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน มาเจอมรสุมหนัก ภัยพิบัติน้ำท่วมอีก ชีวิตของเธอแย่จนเธอแทบล้มทั้งยืน จากสายตาหลายๆคนที่มองอยู่รอบๆ แต่ความรู้สึกเหล่านี้หาพ้นสายตาคนไหนบ้านที่เฝ้ามองดูผู้หญิงคนนี้จัดการเรื่องราวทั้งหมดภายในบ้านด้วยความสุขุมมากขึ้น เธอจะนิ่งมากขึ้นมีสติมากขึ้น ในการดำรงชีวิตในปัจจุบัน เธอยึดมั่นกับคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2555
ชีวิตที่ไร้วิญญาณ
ฉันท้อแท้เหลือเกิน แต่ก็ยังมีอีก4ชีวิตที่ฉันต้องรับผิดชอบพวกเขาเหล่านั้นเขาเปรียบเสมือนชีวิตและดวงใจของฉันจริงๆ คุณแม่แม้ท่านจะมีอะไรที่มากมายจนทำให้ลูกหลานรำคาญใจแต่อย่างไรท่านก็เป็นที่รักของฉันเสมอ ลูกๆที่แสนจะวุ่นวายแต่เขาทั้งสามก็เป็นดวงใจของฉัน แล้วฉันจะด่วนไปจากพวกเขาได้อย่างไร ฉันยังมองไม่ออกมาฉันจะหาทางช่วยครอบครัวฉันได้อย่างไร เราเคยสุขสบายแต่ ณ วันนี้ ฉันคือต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนลำบากเหลือเกินบางวันไม่มีแม้แต่ข้าวสารติดหม้อด้วยซ้ำไป วันนี้ฉันไร้ซึ่งพลังจริงๆหรือฉันไม่สามารถลุกขึ้นได้เลยหรือ ไม่มีใครให้โอกาสให้ฉันได้ลุกขึ้นบ้างเลยหรือไร
วันพุธที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2554
บทเรียนครั้งยิ่งใหญ่
สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านไม่ได้เจรจาหลายวันค่ะ วันนี้ผู้เขียนมีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นกับตัวเองเพราะความที่เราเป็นคนไม่สู้ใครปล่อยให้ผู้อื่นผู้ใดและหลายคนเขามารังแกเราเหมือนที่ องคุลีมาร ผจญ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
วันพุธที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
ครอบครัวที่สดใส
ภาพสองหนุ่มสาวสองสามีภรรยาที่สดใสและน่าอิจฉากับความรักที่อบอุ่นในเช้านี้ พร้อมสมาชิกหนุ่มน้อยร่างสูงแต่วันนี้ไม่พบเขา ตัวผู้เขียนได้พบเจอแต่สองสามีภรรยาเท่านั้น เป็นภาพที่งดงามนะค่ะ เมื่อเราเห็นผู้อื่นมีความรักใคร่ อบอวลไปด้วยความอบอุ่นที่ให้กันและกัน เช้าวันนี้อากาศสดชื่นมากและที่ประทับใจก็คือ ภาพของสามีภรรยาที่นั่งคุยกันในยามเช้า เช่นนี้ ตัวผู้เขียนได้มีโอกาสรู้จักกับครอบครัวนี้เมื่อปีที่แล้ว ในหมู่บ้านที่ตัวผู้เขียนอยู่ได้ทำถนนในซอยที่อยู่ และเกิดปัญหาไม่มีที่จอดรถ คุณป้าที่รู้จักกับคุณแม่ท่านได้ไปขอความช่วยเหลือ บ้านของพี่ทั้งสองนี้อยู่ซอยถัดจากที่ฉันอยู่ หนึ่งซอย ฉันได้รับน้ำใจจากครอบครัวนี้เป็นอย่างดีค่ะ โดยนำรถไปฝากจอดที่บ้านของเธอทั้งสอง สามีรับราชการเป็นนายทหาร ส่วนภรรยาเป็นแม่บ้าน และมีบุตรชาย1คนรุ่นเดียวกับลูกสาวของตัวผู้เขียนเอง คุณผู้อ่านค่ะเชื่อหรือไม่ว่า คนเราดูเพียงเปลือกนอกไม่ได้ขึ้นอยู่ที่รูปร่างหน้าตานะค่ะที่สวยงามแล้วจิตใจจะดีงามตามหน้าตา พี่ผู้หญิงพิการทางใบหน้า เรียกว่า จมูกโหว่ เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่สวยงาม แต่สิ่งหนึ่งที่ตัวผู้เขียนยอมรับว่าเธอสวยงามยิ่งกว่าหน้าตา
วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
การดำเนินชีวิตครอบครัวที่ผู้หญิงควรรู้
เรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวฉัน ภาพความทรงจำเด็กสาวคนหนึ่งที่ครอบครัวโอเคปานกลาง แต่ด้วยโชคชะตาเช่นไรทำให้คุณแม่ของฉันต้องเผชิญกับมัน นั้นคือฉันมีคุณพ่อที่เจ้าชู้มากๆๆๆ คุณยายเล่าว่าเมื่อก่อนคุณพ่อไม่เป็นเช่นนั้น เป็นคนดีมากๆ ทำทุกอย่าง แต่หลังจากแต่งงานกับแม่และมีฉัน สิ่งที่ฉันรับรู้วันแรกที่ฉันลืมตาดูโลกมันไม่มีใบหน้าของพ่อมาดูฉันเกิด เพราะท่านไปมีบ้านอื่นคุณแม่เล่าให้ฟัง ฉันไม่รู้ว่าอดีตเรื่องราวเป็นอย่างไร แต่พฤติกรรมของคุณพ่อทำให้ฉันจำเรียกว่าฝังกระดูกเลยว่าฉันจะไม่แต่งงานโดยเด็ดขาด และเป็นทีมาที่ต้องทำให้ตัวของฉันเองต้องฝึกความอดทนเข้มแข็งเพื่อเป็นผู้นำครอบครัวให้ได้สักวันหนึ่งโดยไม่มีคุณพ่อ แต่คุณพ่อท่านก็ไปๆมาๆ เท่าที่จำความได้ คุณแม่จะให้อภัยเสมอและอดทน เพื่อสิ่งเดียวคือลูก ฉันเคยคิดถ้าเป็นตัวฉัน ฉันจะไม่ทน แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ถึงโชคชะตาของตนเอง ที่ฉันมีคนที่ฉันคิดว่าคุยกันรู้เรื่อง แต่ยังไม่ใช่คนที่ฉันรักเขาหรอก ผู้ชายคนนี้ได้แต่งงานกับฉันเพราะมันเกิดความสงสารที่เขาบ้านแตก ขาดทุกอย่าง ความที่ฉันเป็นคนขี้สงสารก็ไม่อยากทำให้เขาอกหัก ทั้งๆที่ฉันก็รู้นิสัยว่าเขาเจ้าชู้สุดยอดเหมือนกัน บังเอิญที่ฟ้าลิขิตไว้แล้วว่าอย่างไรฉันก็คงไม่พ้นโชคชะตานั้นได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ในจิตใต้สำนึกของฉันมันตะโกนบอกว่าฉันมีคนที่ฉันรักและรอเขาอยู๋แต่ยังหาไม่เจอเท่านั้น มีคนเขามาชอบฉัน
ความดีที่ฉันรู้จัก
ภาพแห่งความทรงจำของฉัน แรกเริ่มของชีวิตเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่จำความได้ในเรื่องการกระทำความดี สิ่งที่จำความได้เมื่อฉันยังเยาว์วัยเป็นภาพที่ฉันได้ไปวัดโพธิ์กับคุณยายท่านทุกวันพระหรือมากกว่านั้นแต่ฉันไม่รู้หรอกว่าตัวฉันใช้เวลานานเท่าไหร่ที่ไปวัด คุณยายจะสอนให้กระทำกรรมดีเสมอ ให้ทานผู้ยากไร้ ไม่ทะเลาะกับผู้อื่น แบ่งปันผู้อื่นไม่มีเลือกชั้นวรรณะผู้ใด ฉันจำได้ว่าฉันจะถูกใช้ให้นำพาสิ่งของขนมหรืออาหารต่างๆ ไปให้เพื่อนบ้านที่สนิทกับที่บ้านเป็นประจำ จนมันถูกฝังลงไปในสายเลือดของฉันก็ว่าได้ พอฉันโตเป็นสาว สิ่งที่จะได้ยินได้ฟังเวลาคุณแม่ชมกับผู้อื่นแต่ไม่ให้เราได้ยินหรอกนะ จะแอบได้ยินว่า เจ้าลูกสาวคนโตเป็นอย่างไรไม่รู้ชอบตามคุณยายไปวัดไม่ค่อยให้กลับบ้าน ไปทีหนึ่งหลายๆชั่วโมง พอพูดถึงตอนนี้คุณแม่ก็จะเล่าว่าเมื่อตอนคุณแม่ท้องคุณแม่ฝันว่าได้พระเหลี่ยมทององค์ใหญ่มากมา ทุกคนก็จะบอกว่าลูกที่จะเกิดมาเป็นผู้ชายเป็นคนมีบุญ แต่กลับกลายว่าเป็นเด็กผู้หญิงไปได้ยังไงไม่รู้เหมือนกัน คุณแม่จะบอกว่าฉันเป็นคนขี้สงสารเด็กกับคนแก่มาตั้งแต่เด็กจะส่งของให้คนตลอดทั้งที่ไม่ค่อยรู้เดียงสาสักเท่าไหร่ คุณแม่ก็เลยบอกว่าจริงๆท่านก็ถือคริสต์อยู่แต่ท้องลูกคนนี้ทำไมชอบไปวัดก็ไม่รู้ว่าฝันว่าได้พระอีกก็คิดว่าลูกออกมาคงเป็นผู้ชาย ฉันจำได้ว่าครอบครัวของฉันจะสอนให้ลูกหลานทำความดี เสียงคุณยายที่ดังอยู่ในโสตประสาทของฉันก็คือ จำไว้นะลูกทำความดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้นะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)













