วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555
จุดจบของชีวิตที่ยุ่งเหยิง
บทความนี้อาจเป็นบทความสุุดท้ายของลูกผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องต่อสู้ชีวิตมาตลอดไม่ว่าจะสู้ด้วยความดีงามเพียงใดมันก็ไม่ได้ทำให้มรสุมชีวิตของเธอดีขึ้น มันยิ่งหนักมากขึ้นทุกวัน เธอตัดสินใจแล้วว่าเธอจะลาจากโลกใบนี้สักที ไม่ใช่ว่าเธอยอมแพ้ต่ออุปสรรคขวากหนามแต่เธอคิดและไตร่ตรองแล้วว่าชีวิตที่เธอมองและตัดสินใจว่าทุกคนต้องอยู่ได้ ทุกคนสามารถพึ่งตนเองได้แล้วโดยไม่มีเธออยู่ในโลกใบนี้ได้ เด็กๆก็คงจะอยู่กับพ่อของเขากันได้ เด็กๆรู้จักที่จะรับผิดชอบและจัดการกับการดำรงชีวิตได้เธอมั่นใจ หากไม่มีเธอ เหลือเพียงผู้หญิงแก่คนหนึ่งเท่านั้นที่เธอเป็นห่วง แต่ก็คงไม่ต้องเป็นห่วงมากมายเพราะเธอผู้นั้นมีทรัพย์สมบัติและบ้านของเธอเอง เธอคงขายและนำเงินมาดำรงชีวิตของเธอได้โดยไม่มีฉัน ฉันพยายามที่จะสู้กับอาจจะเรียกว่ากรรมแต่ในอดีตชาติหรืออย่างไร แต่เธอมีความทรงจำที่ดี จำได้ว่าในชาตินี้เธอไม่เคยทำกรรมกับผู้ใด มีแต่ให้ทานผู้อื่นเสียมากกว่า แต่ ณ วันนี้มันมีเหตุการณ์ที่หนักหนาสาหัสมากที่เธอได้รับเสียจนจะไม่เหลือซึ่งวิญญาณในร่างกายของเธอแล้ว เธอตัดสินใจที่จะลาโลกใบนี้ไปอยู่ในที่ๆซึ่งไม่มีทั้งวิญญาณและสังขารอีก
มันจะคงเหลือจิตที่บริสุทธิ์ของเธอผู้นั้นเท่านั้นเองที่ล่องลอยอยู่ในที่ใดที่หนึ่ง ที่ไม่มีใครรู้ใครเห็นว่าเธอผู้นั้นไปไหน แต่ทุกชัีวิตที่รู้จักเธอ คงจะจดจำความดีงามที่ลูกผู้หญิงคนหนึ่งเคยสร้างไว้ ทั้งกับคนยากจน คนมี คนรวย หรือแม้กระทั่งขอทาน ลูกเด็กเล็กแดงที่เธอเคยมอบให้นั้นเอง ความดีงามของเธอผู้นั้นมันคงจะเป็นอุทธาหรณ์สอนเพื่อนมนุษย์ทุกชีวิตได้บ้างว่า ในโลกใบนี้เราเคยได้รู้จักเธอผู้หญิงตัวเล็กที่เกิดมาจากการปลูกรากฐานแห่งพระธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มันติดมากับตัวของเด็กสาวผู้นี้ตั้งแต่แรกเกิด ในจิตเดิมแท้ของแท้มีแต่่การสร้างความดีงาม ต่อสู้กับสิ่งชั่วร้ายหรือแม้กระทั่งเรื่องบางเรื่องที่คนอย่างเราคิดไม่ถึง แต่แล้วเธอก็จากไปคงเหลือไว้แต่ความทรงจำที่ดีงาม
วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555
ชีวิตที่ต้องพิสูจน์กับสวรรค์
เมื่อแหงนมองฟ้าขึ้นไปทุกครั้งและทุกครั้งที่มองก็นึกเสมอว่าสวรรค์ชั้นฟ้าดาวดึงส์ที่สรรพสัตว์ทุกชีวิตต้องการไปกันทุกชีวิตนั้นทำไมมันช่างงดงามเหลือเกิน และสิ่งที่อยู่หลังเส้นสุดขอบปลายเมฆนั้นมีอะไรและมันคืออะไร ทุกคนจะวาดภาพตามจินตนาการของแต่ละเรื่องแต่ละบทความกันไป หรือตามคำสอนต่างๆที่บันทึกไว้ในชาดกบ้าง หรือหนังสือต่างๆที่เราอ่านก็จะวาดภาพตามจินตนาการกันไป แต่สิ่งที่สำคัญที่อยู่เบื้องหลังของสวรรค์ชั้นฟ้านั้นคือดวงจิต
ของทุกชีวิตที่ทำความดีงามกันนั้นเองเมื่อละสังขารแล้วผู้ที่ทำความดีก็จะมีดวงจิตที่บริสุทธิ์และลอยไปอยู่ในที่ๆนั้น ไม่มีใครรู้ไม่มีใครทราบว่าหน้าตาของสวรรค์เป็นเช่นไร แต่สิ่งที่รับรู้ผู้ที่ทำความดีก็ไปในสถานที่สดสวยงดงามนั้นเอง แต่ทุกคนก็จะมีจินตนาการของแต่ละคน อย่างเช่นนักวาดภาพ ก็จะจินตนาการสวรรค์ไว้สวยสดงดงามเพื่อให้ผู้ที่เห็นภาพมีแรงบันดาลใจที่จะกระทำความดีนั้นเอง ทุกชีวิตของมนุษย์ปุถุชนจึงต้องทำความดีพิสูจน์ให้เห็นว่าการทำความดีนั้นเห็นผล และผลที่ได้สำหรับคนทำดีก็คือสิ่งที่ดีงามตอบแทน ก็เปรียบเสมือนคนๆนั้นได้ขึ้นสวรรค์ บางคนมักจะแย้งว่าแล้วสวรรค์หน้าตาเป็นอย่างไรเรา ดิฉันตอบแทนได้เลยว่าสวรรค์นั้นก็อยู่ที่ตัวเรานั้นเอง เราทำความดีเราก็มีความสุข เราทำบุญจิตใจเราก็สุข เราทำทานแบ่งปันผู้อื่นจิตใจเราก็เป็นสุขสดชื่นกับการกระทำความดีนั้นเอง จิตใจก็จะสว่างไสวเหมือนเทียนที่จุดขึ้นมาส่องสว่างไปทั่วในยามมืด
ของทุกชีวิตที่ทำความดีงามกันนั้นเองเมื่อละสังขารแล้วผู้ที่ทำความดีก็จะมีดวงจิตที่บริสุทธิ์และลอยไปอยู่ในที่ๆนั้น ไม่มีใครรู้ไม่มีใครทราบว่าหน้าตาของสวรรค์เป็นเช่นไร แต่สิ่งที่รับรู้ผู้ที่ทำความดีก็ไปในสถานที่สดสวยงดงามนั้นเอง แต่ทุกคนก็จะมีจินตนาการของแต่ละคน อย่างเช่นนักวาดภาพ ก็จะจินตนาการสวรรค์ไว้สวยสดงดงามเพื่อให้ผู้ที่เห็นภาพมีแรงบันดาลใจที่จะกระทำความดีนั้นเอง ทุกชีวิตของมนุษย์ปุถุชนจึงต้องทำความดีพิสูจน์ให้เห็นว่าการทำความดีนั้นเห็นผล และผลที่ได้สำหรับคนทำดีก็คือสิ่งที่ดีงามตอบแทน ก็เปรียบเสมือนคนๆนั้นได้ขึ้นสวรรค์ บางคนมักจะแย้งว่าแล้วสวรรค์หน้าตาเป็นอย่างไรเรา ดิฉันตอบแทนได้เลยว่าสวรรค์นั้นก็อยู่ที่ตัวเรานั้นเอง เราทำความดีเราก็มีความสุข เราทำบุญจิตใจเราก็สุข เราทำทานแบ่งปันผู้อื่นจิตใจเราก็เป็นสุขสดชื่นกับการกระทำความดีนั้นเอง จิตใจก็จะสว่างไสวเหมือนเทียนที่จุดขึ้นมาส่องสว่างไปทั่วในยามมืด
วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555
ความรักคืออะไร
วัยรุ่น วัยหนุ่มสาว วัยทำงาน ทุกวัยความรักก็ยังมีอยู่ในใบนี้จริงๆ ฉันเคยเห็นโฆษณาอยู่เรื่องหนึ่งเป็นเรื่องความรักของชีวิตคู่ที่จนยามแก่แล้วก็ยังไม่ทอดทิ้งกัน
ฉันตอบกับมันได้เลยว่าหากเรามีความรักที่บริสุทธิ์ ซึ่งกันและกันไม่ว่าแต่เป็นชนชั้นใด มันก็สามารถยืนยาวได้หากทุกชีวิตให้อภัยให้กันและกัน เข้าใจซึ่งกันและกันได้ ชีวิตคู่ที่เดินเคียงข้างความรักไปมันคงยืนยาวอย่างแน่นอน ใครเลยไม่อยากได้มัน ที่ความจริงมันไม่ใช่เสมอไป ชีวิตคู่ทุกวันนี้มันเกิดขึ้นไม่ใช่ด้วยความรักที่บริสุทธิ์อย่างที่ฉันคิด ถึงแม้ตัวฉันเองมีชีวิตไปครึ่งทางแล้วฉันก็ยังมีความคิดและแสวงหาความรักที่บริสุทธิ์และใครสักคนที่เป็นเช่นนั้น ชีวิตคู่ที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้น ให้บ้างที่มีความรู้สึกและความคิดเช่นฉันบ้างเล่าว่าทำไมมันถึงหายาก ฉันเคยอ่านหนังสือของคุณแม่ชีศันสนีย์ฉันรู้สึกประทับใจในความรัก ฉันของเรียกคำนี้ มันช่างเป็นความรักที่บริสุทธิ์บนเส้นทางแห่งธรรมะ เสียสละซึ่งกันและกัน ซึ่งไม่เคยพบเฉกเช่นนั้นเลย
วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555
โดดเดี่ยวโดยสิ้นเชิง
ชีวิตของมนุษย์นั้นเป็นเรื่องแปลกมีทั้งสับสนวุ่นวายต่างๆนาๆสารพัดเรื่องราวหลากหลายกันไป ตัวฉันเองก็ฒีสิ่งเหล่านั้นเหมือนเช่นมนุษย์ทั่วไปเหมือนกัน ฉันมีเลือดมีเนื้อมีความรู้สึกร้อนรู้สึกหนาวเหมือนผู้หญิงทั่วไป อยากมีใครสักคนเดินเคียงข้างฉันเวลาฉันเหงาฉันทุกข์ฉันเจ็บและล้ม ฉันก็ไม่ต่างกับผู้หญิงคนอื่นที่ต้องการใครสักคนฉุดมือฉันให้ลุกขึ้นอย่างเข้มแข็ง ถึงแม้ภายนอกฉันจะทนง องอาจหรือสง่างาม ไม่ว่าจะเป็นความอดทนเข้มแข็ง แต่มีใครบ้างที่รู้ไหมว่าภายในฉันนั้นอ่อนแอมากเมื่อเวลาฉันเหนื่อยฉันล้า ฉันเหงา ฉันก็เหมือนคนอื่นอยากมีชีวิตที่สดใสร่าเริง อยากมีคู่รัก
ที่เดินเคียงข้างกัน แต่อะไรเล่าที่ทำให้ฉันเป็นเช่นนี้ บาปกรรมแต่อดีตที่ฉันทำอย่างนั้นหรือ ทำไมมันช่างโหดร้ายต่อฉันเพียงนี้ ฉันเกิดมาก็ใช่จะสุขภายในเหมือนพี่น้องคนอื่นเลย ฉันโดนใช้ให้ทำทุกอย่าง หนึ่งเดียวในพี่น้องสามคน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แต่เมื่อโตฉันก็ยังต้องเป็นผู้นำอีก ฉันจะต้องทนทุกอย่างไปถึงเมื่อไหร่ นี้คือความคิดของฉันทุกครั้งเมื่อนึกถึงขึ้นมาตรงนี้ ยามที่ฉันเริ่มท้อแท้ใจและเหนื่อยล้าเสียเหลือเกิน ฉันไม่เคยมีชีวิตที่ด้วยขนาดเช่นทุกวันนี้เลย บางวันฉันแทบจะไม่มีเงินติตัวสักบาทเดียวแล้วอีกหลายชีวิตที่่ฉันต้องรับผิดชอบจะกินอะไรเหล่า โอกาสที่ได้รับก็หามีวี่แววจะสดใส อนาคตลูกน้อยจะเป็นเช่นไร มีใครไหที่จะให้โอกาสฉันได้ลืมตาและลุกขึ้นยืนบ้าง ฉันอยากให้โลกใบนี้รับรู้เสียเหลือเกินว่าในโลกใบนี้ยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่มันน่าอนาถเสียกระไร
ที่เดินเคียงข้างกัน แต่อะไรเล่าที่ทำให้ฉันเป็นเช่นนี้ บาปกรรมแต่อดีตที่ฉันทำอย่างนั้นหรือ ทำไมมันช่างโหดร้ายต่อฉันเพียงนี้ ฉันเกิดมาก็ใช่จะสุขภายในเหมือนพี่น้องคนอื่นเลย ฉันโดนใช้ให้ทำทุกอย่าง หนึ่งเดียวในพี่น้องสามคน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น แต่เมื่อโตฉันก็ยังต้องเป็นผู้นำอีก ฉันจะต้องทนทุกอย่างไปถึงเมื่อไหร่ นี้คือความคิดของฉันทุกครั้งเมื่อนึกถึงขึ้นมาตรงนี้ ยามที่ฉันเริ่มท้อแท้ใจและเหนื่อยล้าเสียเหลือเกิน ฉันไม่เคยมีชีวิตที่ด้วยขนาดเช่นทุกวันนี้เลย บางวันฉันแทบจะไม่มีเงินติตัวสักบาทเดียวแล้วอีกหลายชีวิตที่่ฉันต้องรับผิดชอบจะกินอะไรเหล่า โอกาสที่ได้รับก็หามีวี่แววจะสดใส อนาคตลูกน้อยจะเป็นเช่นไร มีใครไหที่จะให้โอกาสฉันได้ลืมตาและลุกขึ้นยืนบ้าง ฉันอยากให้โลกใบนี้รับรู้เสียเหลือเกินว่าในโลกใบนี้ยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่มันน่าอนาถเสียกระไร
วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
หัวเลี้ยวหัวต่อ
แม้ถึงจะขึ้นโพสต์ที่น่ากลัวแต่เรื่องราวคงไม่ได้น่ากลัวจนผู้อ่านรับไม่ได้นะค่ะ มันเป็นเรื่องราวที่ฉันคิดว่าเป็นช่วงจังหวะชีวิตที่อันตรายสำหรับคนที่เป็นลูกและคนที่ดูแลอย่างฉันคือแม่นั้นเอง ฉันเพิ่งเข้าใจความรู้สึกและความห่วงแหนของคนที่เป็นแม่เมื่อก่อนตอนที่ฉันเป็นวัยรุ่น ฉันยอมรับเลยว่าความเป็นห่วงของคนที่เป็นแม่เป็นเช่นไร สัจจธรรมแห่งความเป็นจริงแล้วไซร้เมื่อวันที่มาถึง วันที่ฉันเป็นแม่คน ณ วันนี้ มันช่างโหดร้าย น่ากลัว และ วิตกไปหมดกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละวัน เหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์มันเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ฉันต้องแก้ไขให้ผ่านวิกฤตนั้นๆๆปให้ได้นั้นเอง การที่ชีวิตครอบครัวหนึ่งๆจะผ่านอุปสรรคได้นั้นมันช่างยากลำบากแต่ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะไม่ยากเลยหากเรามีสมาธิและสติในการแก้ไขปัญหาเล่านั้นให้ผ่านไปได้ ฉันพยายามมอบความรักให้กับลูกตลอดเวลา ให้เด็กๆได้รับรู้ว่าคนที่เป็นแม่มีความรู้สึกเช่นไร ณ วันนี้ ให้พวกเขาได้รับรู้ว่าแม่นั้นสำคัญมากเพียงใด ในโลกใบนี้ไม่มีใครรักเราเท่าแม่ของเราแน่นอน
ต่อให้ลูกมีนิสัยเช่นไร เป็นอะไรก็ตามแม่ก็คงรักลูกเสมอ ท่านให้อภัยเราตลอดเวลา เแกเช่น ฉันวันนี้ ฉันต้องทำได้อย่างนั้น บางครั้งย้อนอดีตกับไปฉันมีความรู้สึกว่าท่านไม่สนใจฉันแต่ ณ วันนี้ เราลองเอาหัวใจของท่านมาใส่หัวใจของเราที่เป็นแมม่วันนี้ ฉันรับรู้ได้เลยว่าท่านรักเรามากเพียงใด หากไม่มีท่านวันนั้น คงไม่มีฉันวันนี้และคงไม่มีลูกฉันในวันนี้เช่นเดียวกัน ฉันยังคงจดจำภาพในอดีตได้เมื่อครั้งที่ฉันป่วยตอนนั้นเป็นไข้เลือดออก ท่านอุ้มฉันไปหาหมอตั้งไกล เป็นเวลาหลายวันจนฉันหาย กลับมานึกถึงภาพตอนลูกฉันป่วยบ้าง ความรู้สึกข้างในบอกว่าหัวใจของฉันจะสลายทุกครั้งที่ลูกสาวป่วย ฉันจึงรับรู้ได้ว่าภาพในอดีตที่แม่อุ้มฉันคงไม่ต่างไปจากฉันในตอนนี้อย่างแน่นอน ฉันรู้แล้วว่าวงจรชีวิตของมนุษย์เรานั้นไม่ต่างกันไปมันจะหมุนวงล้อกรรม และความดีไปรอบๆตัวของมนุษย์อย่างเรานั้นเองแฃะมันก็คือกระจกเงาส่องทั้งอดีตและปัจจุบันของเรานั้นเองให้เรารับรู้ว่าอดีตของใครคนหนึ่งเป็นเช่นไร เราก็เป็นเช่นนั้น เหมือนที่ มีบทความบางบทเขียนสอนเกี่ยวกับการแก้กรรม ฉันเข้าใจแล้วว่ามันเป็นเช่นไร มันแก้ไม่ได้แต่สามารถทำให้มันดีได้ ดั่งที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยตรัสรู้
แด่องคุลีมารนั้นเอง มันอาจจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้แต่เราคิดว่าเราสามารถทำให้มันดีได้ด้วยการใช้สติและสมาธิในการควบคุมอารมณ์และสานการณ์ต่างๆให้มันดีและทำจิตให้นิ่งมากขึ้นไม่ปล่อยให้โมหะโทสะมาครอบงำจิตใจของเรานั้นเอง ณ วันนี้ฉันคิดว่าฉันดีขึ้น ใจฉันเย็นลงเมื่อเจอสถานการณืที่แย่กับจิตใจ นี่หรือคำว่ามนุษย์ที่เกิดมาวกวนไปมากับห้วงของวงเวียนกรรมดีและกรรมชั่วนั้นเอง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









