แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความดี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความดี แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ส่งท้ายปีเก่าด้วยของขวัญจากใจ


วันนี้เป็นวันสิ้นสุดของปี พ.ศ.2555 แล้ว มันเป็นเพียงตัวเลขที่มันผ่านมาและก็ผ่านไป แต่สิ่งที่ดำเนินต่อไปก็คือการดำรงชีวิตของมนุษย์ สัตว์โลกทุกชีวิต รวมทั้งสรรพสัตว์ทั้งหลายที่เวรว่ายตายเกิดกันแล้วกันเล่า มันยังไม่สิ้นสุดวัฏจักรวงจรชีวิตของมนุษย์ไปได้ แต่สิ่งที่ยังคงกับโลกใบนี้ไม่มีเสือมสูญนั้นคือการทำความดีของเรานั้นเอง มันจะคงดำรงคู่ตลอดกาลนาน มันจะอยู่ในความทรงจำของคนที่ได้รู้ ได้พลานภพว่าบุคคลนั้นๆเป็นคนดีมากเพียงใด ณ วันนั้น ฉันรู้แก่ใจแล้วที่เขาว่า สวรรค์อยู่ในอกนั้นหมายถึง การที่ตัวตนของเราไม่ยึดติดกับสิ่งที่เลวร้ายผ่านเข้ามาในชีวิตเรา และอโหสิกรรมพร้อมไม่จองเวรกับสิ่งเหล่านั้น เราจะเกิดความสุขในใจของเรา และมันจะว่างเปล่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ฉันได้ทดสอบกับมันแล้วซึ่งมันได้เกิดขึ้นกับตัวฉันนั้นเอง ณ วันนี้ ฉันอโหสิกรรม และไม่คิดจองเวรกับคนที่กระทำร้ายกับฉัน ฉันบอกกับจิตใต้สำนึกของฉันตลอดว่าเราควร ตัดมันทิ้งไปซะ แล้วสิ่งที่ฉันได้รับมันคือความสุขที่มันเกิดขึ้นภายในจิตใจของฉันนั้นเอง มันรู้สึกโล่งๆในอก ทั้งๆที่ฉันมีปัญหามากมายที่ต้องให้ฉันเหนื่อยและล้ากับชีวิตที่ฉันได้รับในตอนนี้ แต่จิตข้างในฉันกับไม่หนักเบาและไม่ได้คิดอีกเหมือนเมื่อครั้งอดีตที่ผ่านมาเลย
นี้แหละคือของขวัญที่ฉันอยากฝากให้กับเพื่อร่วมโลกใบนี้ได้รับรู้ว่า หากเราอโหสิกรรมกับสิ่งเลวร้ายทุกสิ่งทุกอย่างตัวเรานั้นแหละจะเป็นฝ่ายเป็นสุขอย่างมาก แต่หากเมื่อเราเจ้าคิดเจ้าแค้น คิดจองเวรกับทุกสิ่งทุกเรื่องอาฆาตมาดร้ายไปเสียทุกเรื่อง จิตใต้สำนึกภายในจิตใจเราจะลุ้มร้อนเหมือนดั่งไฟที่มันเผาอยู่ข้างใน บทความนี้ฉันขอมอบให้กับเพื่อนที่เข้ามาอ่าน มาติชม ทุกท่านนะค่ะ  มันเป็นทั้งอุทธาหรณ์สอนใจเราให้เราเข้มแข็งและลุกขึ้นมาเผชิญกับทุกสิ่งด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง เดินก้าวไปข้างหน้าและสู้อย่างถูกต้อง

                                    อโหสิกรรมกับสิ่งเลวร้าย      เดินก้าวไปด้วยจิตที่บริสุทธิ์  
                           สวรรค์ไม่ต้องไขว่คว้าแสวงหา     ความดีนั้นเล่าซิควรกระทำ



ขอให้ทุกท่านหลุดพ้นด้วยตัวของเราเองที่จะยึดมั่นปฏิบัติ มิใช่ทำความดีเท่านั้น สิ่งที่ควรปฏิบัติคือการไม่จองเวรซึ่งกันและกัน อโหสิกรรมกับทุกชีวิตที่ทำร้ายเราโดยเจตนาหรือไม่เจตนา สวรรค์อยู่แค่เอื้อม ความสุขที่ได้รับมันอยู่ในใจ เท่านี้ชีวิตมนุษย์ทุกชีวิตก็จะมีความสุขนั้นเอง

วันพุธที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ชีวิตที่ต้องพิสูจน์กับสวรรค์

เมื่อแหงนมองฟ้าขึ้นไปทุกครั้งและทุกครั้งที่มองก็นึกเสมอว่าสวรรค์ชั้นฟ้าดาวดึงส์ที่สรรพสัตว์ทุกชีวิตต้องการไปกันทุกชีวิตนั้นทำไมมันช่างงดงามเหลือเกิน และสิ่งที่อยู่หลังเส้นสุดขอบปลายเมฆนั้นมีอะไรและมันคืออะไร ทุกคนจะวาดภาพตามจินตนาการของแต่ละเรื่องแต่ละบทความกันไป หรือตามคำสอนต่างๆที่บันทึกไว้ในชาดกบ้าง หรือหนังสือต่างๆที่เราอ่านก็จะวาดภาพตามจินตนาการกันไป แต่สิ่งที่สำคัญที่อยู่เบื้องหลังของสวรรค์ชั้นฟ้านั้นคือดวงจิต
ของทุกชีวิตที่ทำความดีงามกันนั้นเองเมื่อละสังขารแล้วผู้ที่ทำความดีก็จะมีดวงจิตที่บริสุทธิ์และลอยไปอยู่ในที่ๆนั้น ไม่มีใครรู้ไม่มีใครทราบว่าหน้าตาของสวรรค์เป็นเช่นไร แต่สิ่งที่รับรู้ผู้ที่ทำความดีก็ไปในสถานที่สดสวยงดงามนั้นเอง แต่ทุกคนก็จะมีจินตนาการของแต่ละคน อย่างเช่นนักวาดภาพ ก็จะจินตนาการสวรรค์ไว้สวยสดงดงามเพื่อให้ผู้ที่เห็นภาพมีแรงบันดาลใจที่จะกระทำความดีนั้นเอง ทุกชีวิตของมนุษย์ปุถุชนจึงต้องทำความดีพิสูจน์ให้เห็นว่าการทำความดีนั้นเห็นผล และผลที่ได้สำหรับคนทำดีก็คือสิ่งที่ดีงามตอบแทน ก็เปรียบเสมือนคนๆนั้นได้ขึ้นสวรรค์ บางคนมักจะแย้งว่าแล้วสวรรค์หน้าตาเป็นอย่างไรเรา ดิฉันตอบแทนได้เลยว่าสวรรค์นั้นก็อยู่ที่ตัวเรานั้นเอง เราทำความดีเราก็มีความสุข เราทำบุญจิตใจเราก็สุข เราทำทานแบ่งปันผู้อื่นจิตใจเราก็เป็นสุขสดชื่นกับการกระทำความดีนั้นเอง จิตใจก็จะสว่างไสวเหมือนเทียนที่จุดขึ้นมาส่องสว่างไปทั่วในยามมืด

วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

พี่ชายที่แสนดี


ยามเย็นวันนี้ช่างเป็นวันที่ฉันรู้สึกว่าสบายใจขึ้นมาบ้างแต่ก็มิใช่ว่าจะทั้งหมด ฉันได้อ่านประวัติผู้ชายคนหนึ่งที่ฉันคิดว่าเขาคือพี่ชายที่แสนดีคนหนึ่งที่เกิดมาร่วมโลกใบนี้เสียจริงโดยที่ผู้ชายคนนี้มิใช่สายเลือดใดๆเลยแต่หากว่าเธอคนนี้มีจิตเมตตากรุณาเสียนี่กระไร เกิดมาฉันก็ยังไม่เคยเห็นใครที่มีน้ำใจและเมตตากรุณาเช่นนี้ ยามที่ฉันเดือดร้อนแทบจะไม่ทราบว่าจะหันไปหาใครแล้ว มิใช่ว่าจะไม่มีคนช่วยแต่ฉันคิดแล้วคิดอีกว่าจะเอ๋ยปากกับผู้ใดดีเล่า หากถ้าฉันเอ๋ยปากแล้วคนเล่านั้นปฏิเสธฉัน ฉันจะทำเช่นไรคงจะโดนดูถูกมากมายเสียเหลือเกิน เพราะฉันไม่เคยที่จะไปเอ๋ยปากว่าฉันเดือดร้อนแทบปางตายแล้ว ขาสองข้างฉันจะยืนไม่ไหวอยู่แล้ว แต่ ณ วันนี้ฉันคิดว่ากรรมที่ฉันทำไว้และบทลงโทษจากข้างบนคงค่อนข้างจะเริ่มน้อยลง มรสุมชีวิตที่โหมกระหน่ำฉันและครอบครัวคงเบาลง สัปดาห์ที่แล้วฉันได้รับโทรศัพท์จากบริษัทฯแห่งหนึ่งเชิญฉันไปสัมภาษณ์งาน ( ฉันดีใจจนนั่งน้ำตา
ไหลเหมือนเสียงสวรรค์จริงๆ ) และด้วยความบังเอิญฉันก็ได้รู้จักผู้ชายที่แสนดีคนหนึ่งที่คุยกันไม่กี่ชั่วโมงและเธอผู้นั้นได้เปิดอ่านบทความที่ฉันเขียน ผู้ชายที่แสนดีคนนี้บอกฉันว่า ทึ่งกับความสามารถของฉันและอ่านบทความคิดว่าหน้าจะเป็นเรื่องราวของฉันจริงๆ และเราได้คุยกัน พี่ชายที่แสนดีคนนี้ได้สอนและให้กำลังใจฉันให้ลุกขึ้นสู้และสิ่งที่ไม่คาดคิดเธอได้ช่วยเหลือฉันวันที่ฉันวิกฤ๖แบบหาทางออกไม่เจอเลยจริงๆ ฉันอยากบอกให้ทุกคนรู้แต่คิดดูว่าอาจจะเป็นเพียงกลุ่มน้อยเท่านั้น หากความดีของผู้ชายคนหนึ่งที่มีจิตใจที่ดีงามและมีเมตตาจิตที่บริสุทธิ์อย่างนี้ทำไมเราไม่เผยแพร่ความดีงามและบอกให้คนทั้งโลกรู้เล่าว่าในโลกใบนี้ยังมีคนดีอยู่อีกคนหนึ่ง ที่ยังต่อสู้เพื่อครอบครัวแม้จะเหน็จเหนื่อยเพียงใดแต่จิตใต้สำนึกแห่งการสร้างความดีของบุคคลผู้นี้ก็ไม่เคยหายไปากจิตใต้สำนึกของเขาผู้นั้นเลย ต่อให้เขาร่ำรวยมั่งคั้งเพียงใดเขาก็ไม่เคยลืมความเมตตที่มีต่อเพื่อนมนุษย์เลยสักครั้ง สักวันหากฉันมีโอกาสฉันคงต้องไปกราบเท้าผู้ชายที่แสนดีคนดีให้จงได้ ฉันสัญญากับตนเองไว้เช่นนั้น

วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ความลึกลับในใจผู้ชาย

สวัสดียามบ่ายค่ะคุณผู้อ่าน วันนี้ตัวผู้เขียนมีเรื่องสงสัยภายในใจและอาจจะสับสนกับความลึกลับอะไรบางอย่างที่มนุษย์ผู้ชายส่วนใหญ่ดูยากมาก ฉันไม่เข้าใจตั้งแต่เริ่มวัยสาวจนถึงทุกวันนี้จนลูกๆเติบใหญ่แล้วว่า ทำไมมนุษย์ผู้ชายที่เราเห็นๆกันอยู่ทำไมเขาเหล่านั้นึงได้ซ้อนความรู้สึกภายในกับเพศตรงข้ามกันมากมาย มันน่าอายหรือว่ากระไรทำไมถึงไม่พูดออกมากัน บางคนชอบ เกลียด หรือว่ามีความรูสึกเช่นไรแต่กับทำตรงกันข้ามกับเรื่องจริงไปหมด หรือว่าคำว่า ศักดิ์ศรีความเป็นชายกันเล่าถึงทำให้เพศตรงข้ามกับเราเขาไม่พูดออกมา และสิ่งเหล่านี้กระมั้งที่ทำให้เพศหญิงอย่างเราๆคิดเองเออเองกันยกใหญ่ บ้างก็คิดว่าเขาชอบเรา เราชอบเขา พอถึงเวลา ก็ว่าไม่ชอบไม่ได้แสดง และอะไรรู้ไหมค่ะหากมีครอบครัวกันไป พอถึงเวลาบอกว่าไม่ใช่ สิ่งที่ตามมาก็คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม หากเป็นครอบครัวก็แยกทางหย่าร้างกันไป
คำตอบง่ายๆคือเข้ากันไม่ได้ หากเป็นวัยรุ่นก็คบไปได้นิสัยไม่ตรงกันก็บอกว่าไม่ได้ชอบ พฤติกรรมตรงนั้นตรงนี้ไม่ได้หมายถึงแสดงว่าชอบ ตัวฉันยังไม่เข้าใจว่ามนุษย์ผู้ชายเขาคิดอะไรกัน ดูเหมือนจะเข้าใจกันแต่ก็ไม่เข้าใจกัน ดูมนุษย์ทั้งเพศหญิงเพศชายทั้งหลายมีปัญหา ฉันมานั่งสรุปว่า แล้วตัวเราเกิดมาทำไมเริ่มเบื่อชีวิตความเป็นมนุษย์เข้าไปทุกที่เมื่อหันไปคิดมัน อยากออกบวชหรือสละร่างแล้วจังเลย ยามว่างฉันจะคิดเสมอว่าเมื่อเราจิตว่างสงบและหากเราไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ตัวเราควรจะสละร่างเพื่อสาธาารณะชนได้แล้วกระมั้ง ทุกวันนี้ฉันเฝ้าคิดตลอดเวลา เมื่อันใช้ยามว่างนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ๆฉันรู้สึกว่ามันว่างจริงๆ อยากให้เวลามันหยุดเพียงเท่านี้เสียเหลือเกิน ไม่ใช่เบื่อโลกนะค่ะแต่ฉันอยากเป็นอากาศมากขึ้นทุกทีๆ
ฉันเคยตั้งเป้าหมายในชีวิตบั้นปลายเมื่อยามเป็นผู้เฒ่าว่าอนาคตของฉันจะอยู่อย่างไรเมื่อรู้คำตอบมากขึ้น ณ วันนี้จิตใจของฉันเริ่มเย็นลง มีสติ สมาธิและวิเคราะห์ได้มากขึ้น ว่าเมื่อไหร่ภาระกิจที่เราได้ถูกมอบหมายให้ทำนั้น เมื่อไหร่เสร็จสิ้นฉันขอกลับไปสู่ที่ๆที่ฉันมาเสียที ชีวิตของฉันคงมีค่ามากขึ้นอย่างแน่นอน ฉันคิดเช่นนั้นจริงๆ แต่จะเป็นไปได้ไหมนั้น ฉันบอกตัวเองเสมอว่า กาลเวลาคือเครื่องพิสูจน์จิตมนุษย์นั้นเอง

วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ความสมัครสมานสามัคคี ฝ่าวิกฤติมหันตภัยน้ำท่วม ความสามัคคีของนกกระจาบ

ในภาวะวิกฤติมหันตภัยน้ำท่วมที่ไปแทบทุกพื้นที่ ความสมัครสมานสามัคคีกันมีความจำเป็นอย่างมาก ความสามัคคีจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยความเสียสละความอดทนความมีน้ำใจเห็นใจกันของเรา และของทุกๆคนด้วย ความสามัคคีจะทำให้เราฝ่าวิกฤติไปได้ กำลังใจของเราทุกคนต้องมอบให้แก่กันเพื่อจะฟันฝ่าภัยพิบัติไปได้ด้วยดี ขอเป็นกำลังใจให้นะค่ะ 
ถ้าแตกความสามัคคี ซึ่งมีสาเหตุมาจากการทะเลาะเบาะแว้งกันนั้นย่อมทำให้เกิดความวอดวายเสียหายติดตามมาอย่างมากมาย เมื่อก่อนก็ยังมีความสมัครสมานสามัคคีกัน ก็สามารถจะเอาตัวรอดปลอดภัยได้รับความสวัสดี แต่เมื่อมีการทะเลาะเบาะแว้งกันแล้วก็จะถึงความพินาศย่อยยับไปด้วยกัน ในเรื่องนี้มีเรื่องนกกระจาบเป็นตัวอย่างดังต่อไปนี้

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

พ่อหลวงของเรา

สวัสดีค่ะ เมื่อวานนี้ได้ทำรายงานให้ลูกๆ ฉันได้อ่านบทความและเนื้อเรื่อง พร้อมภาระกิจอันยิ่งใหญ่ของพ่อหลวงของเรา ความรู้สึกที่ได้รับมันเต็มเปี่ยมสำหรับคนไทยคนหนึ่งที่อาศัยแผ่นดินเกิดของประเทศไทยเรา ฉันยินดีและปราบปลื้มกับคำว่า
                              " เทิดไท้องค์ราชันย์ "
ตั้งแต่เราเกิดมาและจำได้ว่า  พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นประมุขแห่งประเทศไทย เราจะเห็นท่านทำความดีเพื่อพสกนิกรของท่านมากมาย พระองค์ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์แก่ชาวไทยตลอดพระชนมายุของพระองค์ โดยพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระองค์ คือ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ ของประเทศ ดังในปฐมพระบรมราชโองการในระหว่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยามในปี พ.ศ. 2539 จากการที่พระองค์ทรงงานเพื่อประชาชนอย่างหนัก จึงได้มีการลงนามโดยประชาชนชาวไทยเพื่อถวายสมัญญานามให้ทรงเป็น มหาราช ท่านทรงมีพพระราชกรณียกิจมากมาย ที่ทำให้กับพสกนิกรของท่านเท่าที่เราจดจำได้พระราชกรณียกิจด้านการเกษตรและการยกระดับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนด้านการเกษตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสนใจด้านนี้ พระองค์ได้เสด็จเยี่ยม ไต่ถามความทุกข์สุขของประชาชน และรับฟังข้อปัญหาเกิดเป็นโครงการตามพระราชดำริต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการชลประทาน การพัฒนาดิน การวิจัยพันธุ์พืชและปศุสัตว์ เป็นต้น

วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554

แม่...เป็นแม่เสมอสำหรับลูก


วันแม่แท้ที่จริงแล้วมีทุกเวลาวินาที

ในใจแม่มีลูกเสมอไม่มีเสื่อมคลาย

กาลเวลาผันแปรทุกคนแปรเปลี่ยน

แต่ความรักแม่ไม่เคยเปลี่ยนไป...

แม่...เป็นแม่เสมอสำหรับลูก

แล้ว...ลูกล่ะ

วันนี้เราทำอะไรให้แม่แล้วหรือยัง

เพียงแค่...พูดคำว่า " รักและคิดถึง "

แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับแม่แล้วฯ 

วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2554

9 คำสอนของพ่อหลวง


อรุณสวัสดิ์ยามเช้าค่ะ ขึ้นชื่อเรื่องมาคงไม่ต้องนึกถึงใครได้เลย นอกจากพ่อหลวงของเราคนไทยทั้งชาติ ที่ตัวผู้เขียนต้องเขียนบทความนี้ก็เพราะเมื่อวานเพื่อนส่งหนังสือมาให้ฉบับหนึ่งซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับคำสอนของในหลวงของเรา ผู้รวบรวมเรื่องราวได้นำเอา พระบรมราโชวาท พระราชดำรัส ของพ่อหลวงของเราที่เขาได้เก็บสะสมไว้แล้วนำมารวบรวมหัวข้อจากคำสั่งสอนของพระองค์ท่านไว้ใน หนังสือฉบับนั้น ฉันได้อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆต่ะจึงนำมาลงบทความในวันนี้ เพื่อแบ่งปันความรู้สึกห่วงใยและรักประชาชนของในหลวงท่าน ด้วย 9 คำสอนที่พระองค์ท่านมอบให้คนไทยตลอดมา

วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ความสุขที่ซื้อไม่ได้

พระอาทิตย์ต้อนรับแสงอรุณที่สดใส หลังจากผ่านพ้นสายฝนเมื่อวานนี้เช้านี้เป็นเช้าที่สดชื่น แสงแดดอ่อนๆ ใบไม้เขียวขจี เมื่อวานนี้เป็นวันเกิดของฉัน ฉันมีความสุขมาก มันไม่ใช่งานเลี้ยงใหญ่โต หรืออะไรเลย แต่ความอิ่มใจที่ฉันได้รับคือคำอวยพร จากลูกค้าตอนตี5 ทั้งๆที่ยังไม่ตื่น

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2554

วันแห่งครอบครัว

อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณผู้อ่าน รับอรุณวันใหม่ที่สดชื่น อากาศอาจจะร้อนบ้างแต่หลายๆครอบครัว เพิ่งจะผ่านวันแห่งครอบครัวที่อบอุ่นมาไม่กี่วันนะค่ะ ปีนี้อาจจะเป็นปีที่ทุกชีวิต ทุกครอบครัวมีความสุขกันมากขึ้นนะค่ะจากที่ตัวผู้เขียนได้สัมผัส และได้มีโอกาสได้พูดคุยกับพี่ๆน้องๆที่ทำงานด้วยกัน ล้วนแล้วแต่ละคนจะกลับไปหาครอบครัวในช่วงวันหยุดเทศกาล กับไปดูแลคุณพ่อคุณแม่ และใช้ชีวิตรวมญาติกันในช่วงวันหยุดหลายวันนี้กันนะค่ะ ทุกคนจะเล่าให้ฟัง บางคนก็จะเดินทางรวมพี่น้องและญาติทั้งหมดพากันไปเที่ยวทานอาหารร่วมกันอย่างมีความสุข บางคนมีบ้านอยู่ต่างจังหวัดก็จะกลับไปเพื่อนหากิจกรรมทำกันภายในครอบครัว แต่สิ่งที่ตัวผู้เขียนเห็นคือ ภาพสีหน้าของผู้คนที่มีความสุขมากขึ้น เพราะเหตุใดหรือค่ะ เป็นเพราะทุกชีวิตได้ผจญชะตากรรม กับชีวิตที่ต้องดิ้นรนกัน ในกรุงเทพฯบ้าง ต่างจังหวัด และได้พบกับเหตุการณ์ร้ายๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติที่ได้ยินได้ฟังล้วนแล้วแต่สถานะ แต่พอมีช่วงเวลาเช่นนี้ ทุกชีวิตต้องการที่จะกลับไปใช้ชีวิตครอบครัวของแต่ละคนนะค่ะ

วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2554

สุขภาพที่แสนอบอุ่น



รุ่งอรุณแห่งแสงตะวันที่มืดมิด แต่เต็มไปด้วยสายฝนอ่อนๆยามเช้าแบบสบายๆ สวัสดีค่ะ เช้านี้อากาศเช้าสบาย ท้องฟ้ามีฝนลงปะปลายน้อยๆ หน้านอนต่อนะค่ะ พูดถึงอากาศบ้านเรามันเปลี่ยนแปลงแปลกๆดีนะค่ะ บางวันก็ร้อนระอุ บางวันก็เย็นสบายแบบวันนี้ พระอาทิตย์หายไปไหนไม่รู้ หรือยังไม่ตื่นหน่อ วันนี้เป็นวันสบายๆนะค่ะ หยุดพักผ่อนหลังจากที่ร่างกายเราต่อสู้กับการทำงานหนักๆมาหลายวัน ได้มีโอกาสหยุดพักผ่อนและอยู่กันพร้อมหน้าภายในครอบครัวนะค่ะ วันนี้หากมีโอกาสได้ทำอาหาร ลองหาเมนูเด็ดๆมาทำให้เจ้าตัวน้อยและสมาชิกภายในบ้านของคุณกันนะค่ะ คงได้รับบรรยากาศที่อบอุ่นอย่างแน่นอน ผู้เขียนมานั่งคิดดูนะค่ะ ว่าชีวิตของมนุษย์มันไม่มีอะไรที่งดงามและเพียงพอเลยแต่ถ้าเรารู้จักพอเพียงกับมัน มันช่างสุขสบายมากๆนะค่ะ หากวันหนึ่งๆเราได้อยู่กับครอบครัวที่อบอุ่น ธรรมชาติที่แสนงาม อาหารอร่อยๆจากฝีมือแม่ครัว และลูกตัวน้อยๆ มีกิจกรรมเล็กๆภายในบ้านช่วยกันทำเพียงเท่านี้ชีวิตของคนเราก็สุขสบายะค่ะ ทำไมถึงต้องดิ้นรนกันจนดูน่าเวียนหัวกันไปทุกวัน แข่งขัน ดิ้นรน เข่นฆ่า แย่งชิงอำนาจกันไป มันหาความสุขที่แท้จริงกันได้อย่างไร อย่างเช่นวันนี้ อากาศดีๆ สบายๆ มีอาหารอร่อยทานชมธรรมชาติ โอ้ยสุขอย่างหามิได้เลยนะค่ะ ลองดูซิว่ามันเป็นวันที่แสนสบายๆ และอยู่กับคนที่เรารักเขา เจ้าตัวน้อยของเราใสบริสุทธิ์ และฉันก็นั่งย้อนอดีตกลับไปเมื่อ15ปีที่แล้วเจ้าตัวน้อยตากลมใส

วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2554

ความรักที่บริสุทธิ์

เช้ารับอรุณด้วยไออุ่นแห่งความรักที่อบอวลผู้เขียนข้อมอบสิ่งนี้ให้กับคุณผู้อ่านทุกคนค่ะ อย่าเพิ่งนึกว่าเช้านี้ผู้เขียนเกิดอะไรขึ้นถึงได้หวานเพียงเช่นนั้นนะค่ะ มันเป็นความรักที่เกิดขึ้นมากขึ้นทุกวันๆของตัวผู้เขียนเอง คุณผู้อ่านคิดละซิว่าผู้เขียนเกิดความรักขึ้นตอนแก่ ไม่ใช่หรอกค่ะมันเป็นความรักที่บริสุทธิ์ที่แม่มีให้กับลูกมากกว่า ยอมรับค่ะว่าความรักที่มีและมอบให้ลูกของเรา เรามีมากอยู่ในตัวของเราแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้รักเธอตัวน้อยมากขึ้นคือความภูมิใจที่เธอทำและมอบให้เราอย่างที่เจ้าตัวน้อยของฉันไม่รู้สึกตัวหรอกค่ะ ฉันภุมิใจในตัวลูกสาวนะค่ะที่เธอเป็นเด็กน่ารักตั้งแต่เกิด อ้วนจ้ำม้ำ แก้มแดง

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554

กล้วยบำรุงสมอง


รับอรุณวันใหม่ค่ะ เช้านี้ผู้เขียนพาบุญมาฝากคุณผู้อ่านทุกท่านนะค่ะ ขอบุญที่ผู้เขียนทำในวันเสาร์โดยทำอาหารถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ในครั้งนี้ จงส่งบุญถึงคุณผู้อ่านทุกท่านะค่ะ  อ้อเมื่อคืนนี้มีใครได้ชมพระจันทร์เต็มดวงที่ใหญ่ที่สุดในรอบปีไหมค่ะที่บ้านของผู้เขียนเห็นชัดเลยค่ะตอน4ทุ่ม แปลกนะค่ะโลกใบนี้มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงในเรื่องของธรรมชาติมากมาย ผู้เขียนจดจำภาพเหตุการณ์ต่างๆในช่วงเวลาที่ตนเองมีความคิดว่า เราเป็นคนที่สามรถเก็บภาพความทรงจำได้พอควร สมัยก่อนผู้เขียนทำงานเกี่ยวกับการให้บริการ จะได้รับคำชมจากลูกค้าเสมอว่าเป็นคนที่มีความจำที่แม่นยำ

วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2554

จิตใจของลูกผู้หญิง

สวัสดีค่ะเป็นอย่างไรกันบ้าง เมื่อวานพระพิรุณเทลงมา มากมายมหาศาลแถมสายฟ้าจากท้องฟ้าสนั่นหวั่นไหวไปทั่วเลย

วันนี้ผู้เขียนมีเรื่องราวที่บอกได้เลยว่าไม่เคยประสบและไม่เคยคลุกคลีกับสิ่งที่คิดว่าสังคมในปัจจุบันคงมีมากมายแน่นอน เกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่ที่ฟังดูแล้ว มันช่างน่ากลัวเหลือเกินค่ะ มีเพื่อนรุ่น้องของผู้เขียนคนหนึ่ง เธอมีสามีอายุน้อยกว่า 4-5ปี เท่าที่ทราบจากปากของเธอเล่าให้ฟัง ดูเหมือนประจานสามีตนเองนะค่ะ แต่ที่แท้จริงให้เรามามองมุมกลับนะค่ะ เธอมีความอัดอั้นตันใจเกี่ยวกับสามีรุ่นเด็กของเธออย่างมาที่คอยแสวงหาความสุขไม่จบไม่สิ้นคนแล้วคนเล่าแถมปัญหาตามมาให้คุณภรรยาปวดศรีษะอีก เธอคิดว่าผู้เขียนคงจะสามารถคุยและปรึกษาได้ในฐานะรุ่นพี่จึงระบายความในใจให้ฟังว่า ตั้งแต่เธอได้สามีคนนี้มาเธอต้องตามรบกับผู้หญิงของสามีเธอมาก เพราะเขาเป็นคนที่เรียกว่าปลาไหลยังอาย ผู้เขียนก็ได้แต่ให้กำลังใจว่า แล้วทำไมถึงได้ยอมเขาทำกับเธอเช่นนั้น หากเขามีความรักต่อเราทำไมถึงไม่ให้เกียรติภรรยาเช่นเธอเลย ผู้เขียนไม่เคยได้รับรู้นะค่ะว่าผู้ชายสมัยนี้ประพฤติตนแย่ขนาดไหน

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554

ความเห็นที่แตกต่าง

ต้อนรับวันใหม่ต้นสัปดาห์ค่ะ เช้านี้บนถนนสายรามอินทราดูว่างขึ้น เด็กๆเริ่มปิดเทอมกันแล้วนะค่ะ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านฉันได้รู้จักเด็กผู้ชายคนหนึ่งค่ะ เขาเป็นเด็กจากต่างจังหวัดเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯตั้งแต่อายุยังน้อย ตอนนี้เขามีครอบครัวแล้ว มีลูกด้วยกันหนึ่งคน เขามีปัญหาเรื่องชีวิตครอบครัวและนับถือฉันเหมือนพี่สาว ปรึกษากับฉันว่าทำไมผู้หญิงถึงต้องเอาชนะผู้ชายหรือไม่ก็ต้องกดขี่ข่มเหงกันทางจิตใจ ตอนคบกันใหม่ๆก็โอเค พอแต่งงานแล้วเปลี่ยนไป เราก็ตอบในฐานะผู้ผ่านประสบการณ์มาก่อนว่า เราไม่ได้เข้าข้างใครแต่ผู้ชายก็เหมือนกัน อย่างกรณีบางคนผู้หญิงโอเค ผู้ชายไม่โอเค บางคู่ก็ผู้ชายโอเค ผู้หญิงไม่โอเค ชีวิตของมนุษย์ที่ใช้ชีวิตคู่มันก็ไม่แตกต่างการถูกรางวัล แต่จริงๆมันขึ้นอยู่กับกรรมแต่ละคนที่สร้างกันมา ไม่ทุกคู่หรอกที่จะพบคนดีเสมอไป แต่การจะใช้ชีวิตคู่แล้วก็ต้องอดทน เข้าใจกันและกัน ไว้ใจซึ่งกันและกัน ชีวิตคู่ถึงจะดำเนินไปด้วยดี หากเราคิดถึงวันแรกที่เราได้พบรักกับเขาหรือเธอ

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2554

ชีวิตที่มีค่าสำหรับฉัน

วันนี้ขึ้นหัวข้อมาไม่ใช่บทความที่เศร้าสำหรับท่านนะค่ะ แต่มีใครเคยคิดหรือไม่ว่าอะไรที่มีค่ามากกว่าของมีค่าที่ท่านมี สำหรับฉันนะวันนี้สิ่งที่มีค่าก็คือลูก บทความนี้เรามาสานต่อการดูแลเจ้าตัวน้อยของเรากันนะค่ะ เมื่อก่อนเคยคิดที่จะไม่แต่งงาน ท่านบางคนก็คิดใช่ไหม พอแต่งงานก็คิดไม่อยากมีลูก บางคนก็อยากมี แต่ฉันคิดว่าไม่อยากมี ไม่ใช่เพราะไม่พร้อมแต่เขาเรียกว่าสาระพัดกลัว กลัวเจ็บกลัวอะไรมิต่ออไรที่บรรพบุรุษเล่าให้ฟังเช่นคุณแม่ พี่สะใภ้ ฉันเห็นเธอเจ็บท้องแล้วร้องลั่นโรงพยาบาล ส่วนคุณแม่ก็จะเล่าน่ากลัวไปหมด ตอนรุ่นๆฉันก็บอกตัวเองเลยไม่แต่งงาน ไม่มีลูก พอถึงเวลามันมาหมดเลยนะ

วันพฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ความประทับใจ

สวัสดีค่ะเมื่อเช้าอีกเช่นเดียวกันตอนตี 5 จะเป็นเวลาประจำนะค่ะ ที่ฉันจะต้องชมรายการนี้ เป็นรายการที่คนรุ่นใหม่ทำขึ้นมาเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ทุกตอนฉันประทับใจค่ะว่ายังมีคนรุ่นพ่อรุ่นแม่เราท่านไม่ปล่อยตัวและเวลาของท่านให้เสียเปล่าท่านจะต้องมีเรื่องทำเพื่อตนเองและประโยชน์สุขของผู้อื่น เมื่อเช้าฉันได้ชมคุณตา 1 ท่านคุณอา 2 ท่านที่อยู่ในวัยที่แตกต่างกันด้านอายุแต่สิ่งที่ท่านเหมือนกันคือความคิดที่จะทำ เป็นคนที่เชียงใหม่ คุณตาคนนี้อายุ 90 ปีนะค่ะ ยังแข็งแรงมากๆ และคุณอาอีก 2ท่าน 67 กับ 61 ปีค่ะ ช่วยกันอนุรักษ์ของโบราณและจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ขึ้นมา หลายๆอย่างมาจากคนบริจาคและท่านก็คอยบอกประวัติให้คนที่ชมฟัง หรือนักเรียนที่ต้องการทราบประวัติและนำไปเป็นข้อมูลทางการศึกษาท่านก็จะนั่งเล่าให้ฟัง น่ารักมากๆ หากฉันมีโอกาสฉันจะขึ้นไปชมสักครั้งหนึ่ง ไม่ใช่เฉพาะท่านทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นแล้วนะค่ะ ท่านยังคงซึ่งข้อธรรมะไว้สอนผู้คนเหล่านั้นให้อีกด้วย บวกกับการดูแลร่างกายของคนที่มีอายุมากๆ เมื่อเช้าฉันได้ข้อคิดมากมายสำหรับตัวฉันเลยว่า ขนาดคุณตาท่านอายุมากๆท่านยังคิดทำ แล้วเราหละความคิดมีโครงการมากมายจะทำ

วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ความดีที่มอบให้

วันนี้เป็นวันที่ฉันยุ่งมาก แต่ฉันก็ไม่ปล่อยเวลาให้เสียไป ฉันคิดว่าผู้อ่านคนใดคนหนึ่งคงเฝ้ารอฉันวาดเส้นปากกาลงบนบันทึกฉบับนี้ทุกวันนะค่ะ ฉันนึกได้ว่าที่ผ่านมาฉันยังไม่ได้มอบสิ่งที่ดีงามให้กับผู้อ่าน ฉันต้องการมอบเพื่อเป็นวิทยาทานแด่ท่านผู้อ่านทุกคน สิ่งที่ฉันจะมอบให้ฉันคิดว่าเป็นสิ่งที่ฉันเริ่มต้นทำและต้องทำต่อไป มันอาจจะไม่ใช่การกระทำความดีในเรื่องพระพุทธศาสนานะค่ะ วันนี้ฉันมอบสิ่งที่คนทุกคน ทุกวัย ทุกเพศ สามารถทำได้ นั่นคือการฝึกโยคะ เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพของท่านทุกคนค่ะ บางคนอ่านแล้วจะทำหน้าว่าโยคะเหรอ ไม่เอาดีกว่า แต่ฉันอยากบอกท่านจริงว่ามันสำคัญกับร่างกายและสุขภาพของเรานะค่ะ ฉันเริ่มฝึกโยคะผสมกับการเรียนยืดหยุ่น เพื่อออกกำลังกายของตนเองโดยไม่ต้องเสียเงินนะค่ะ และเพียงสละเวลาของท่านก่อนท่านนอนก็ได้นะค่ะ 5-10นาทีก็ได้หากไม่มีเวลาเลย ท่านจำได้ไหมค่ะตอนเรียนพละที่ครูสอนท่าก่อนวอร์มเล่นกีฬา นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งนะค่ะ หรือจะนั่งหายใจเข้าออกขัดสมาธิวันละ100ครั้งก็พอ ล้างสารพิษได้นะค่ะ

วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ความสุขที่แท้จริง

เช้าวันหยุดที่แสนสงบ หลังจากทำภาระกิจภายในบ้านเรียบร้อย วันหยุดเมื่อวานเป็นวันที่จิตใจของฉันสงบนิ่ง และมีความสุขลึกๆ เพราะฉันได้ทำความดีหลายอย่าง ฉันได้อ่านหนังสือที่พระอาจารย์ให้มามันตอบไม่ได้นะว่า ทำไมฉันอยากอ่าน พระไตรปิฎก ประวิติที่แท้จริงของพระพุทธเจ้ามากขึ้นกว่าเมื่อก่อน ทุกครั้งที่ฉันได้อ่าน ฉันตอบไม่ได้ว่าทำไมบางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์นั้นเหมือนตัวเองอยู่ที่นั่น ฉันย้อนหลังกลับไปเมื่อตอนฉันเรียนหนังสือ สมันก่อนจะมีวิชาประวัติศาสตร์ ฉันจะได้คะแนนเต็มตลอดที่เรียนและสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า มันอยู่ในสมองจนถึงทุกวันนี้ฉันยังจำได้ทั้งหมด เมื่อฉันได้สอนหนังสือลูกสาว โดยไม่ต้องอ่านมันอีก จนเธอสงสัยและถามบ่อยว่าทำไมคุณแม่ถึงจำได้หละค่ะ ฉันจะตอบลูกสาวว่าชอบมากตอนเรียน แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าวันเวลาผ่านไปกี่ปีแล้วทำไมฉันยังจำได้ กล่าวถึงตอนนี้ย้อนไปที่การอ่านหนังสือพุทธประวัติทุกครั้งฉันยอมรับว่ามีความสุขนะ

วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ความรู้สึกที่ดี

เมื่อ 3วันที่ผ่านมาฉันต้องไปทำธุรกรรมที่แห่งหนึ่ง หากเป็นสมัยก่อน มันเป็นสถานที่ที่คนทุกคนไม่ควรไป และคนโบราณจะถือเรื่องเล่านี้ มันไม่ดี แต่ฉันได้ไปที่นั้นมาแล้ว ฉันมีเวลาว่างตอนที่ฉันต้องนั่งรอเจ้าหน้าที่ทางราชการกว่าจะทำงาน งานเริ่ม 8 โมงเช้าแต่กว่าจะทำงานท่านๆก็ทราบ ทานข้าวบ้าง แต่งหน้าบาง คุยกันบ้าง ไม่ถึง 9 โมงก็จะไม่ทำงานกันนั้นคือระบบการทำงานของข้าราชการในสังคมไทยที่เราเห็นๆกันอยู่ ซึ่งมันเป็นเรื่องจริงที่ไม่มีใครปฏิเสธแต่ไม่มีใครปฏิรูปเรื่องแบบนี้เลย ซึ่งจะผิดกับฝรั่งที่ทำงานกันแต่เช้า ไม่ต้องไกลเกินตัวเจ้านายของฉันที่ฉันได้ทำงานกับเธอมา 16ปีแล้วฉันไม่เคยเห็นเจ้าของบริษัทฯคนไหนที่มาทำงานตั้งแต่6โมงเช้า ตอนที่ฉันมาทำงานที่นี่ใหม่ๆ โดยปกติฉันก็เป็นคนไปทำงานเช้ามาตั้งแต่ฉันเริ่มทำงานแล้ว ที่บ้านจะบอกว่าไปช่วยยามเปิดประตูหรือลูก ความคิดของฉันบอกว่าฉันไปทำงานเช้าทำให้ฉันไม่เหนื่อยมีเวลาทำอะไรนอกเวลาได้มาก จะทานข้าว หรือทำธุระอะไรก็ได้โดยไม่รีบร้อน มันก็เหมือนเราทำความดีอย่างหนึ่งเช่นกัน