แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นิยามความรัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นิยามความรัก แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555

ความรักคืออะไร


นานทีเดียวที่บทความหายไปกับความทุกข์ของดิฉันที่มันเป็นมรสุมชีวิตที่โหดร้ายรุมมาปะดัง ลูกแล้วลูกเล่า ให้ฉันได้ต่อสู้และฟัรฝ่ามันให้ได้และพิสูจน์ให้ได้ว่าชีวิตลูกผู้หญิงคนหนึ่งในโลกใบนี้มันมีชีวิตที่จริงและเกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันนี้ อาจเกิดจากกรรมที่ได้กระทำไว้แต่ก็ยังมีบุญเก่าแต่อดีตที่ยังประกบตัวฉันไม่ให้ชีวิตของฉันที่ดำเนินอยู่กับอีก4ชีวิตต้องพังลง ไหนจะเรื่องความเป็นอยู่ของครอบครัวเล็กๆในบ้านหลังหนึ่ง ความรักที่แอบแฝงซ่อนเล้นลึกๆในใจของฉัน ความรักมันคืออะไร มันไม่มีขีดจำกัดหรือสิ้นสุดใดๆเลยว่าความรักจะแบ่งช่วงอายุหรือวัยที่แตกต่างกัน
 วัยรุ่น วัยหนุ่มสาว วัยทำงาน ทุกวัยความรักก็ยังมีอยู่ในใบนี้จริงๆ ฉันเคยเห็นโฆษณาอยู่เรื่องหนึ่งเป็นเรื่องความรักของชีวิตคู่ที่จนยามแก่แล้วก็ยังไม่ทอดทิ้งกัน







 ฉันตอบกับมันได้เลยว่าหากเรามีความรักที่บริสุทธิ์ ซึ่งกันและกันไม่ว่าแต่เป็นชนชั้นใด มันก็สามารถยืนยาวได้หากทุกชีวิตให้อภัยให้กันและกัน เข้าใจซึ่งกันและกันได้ ชีวิตคู่ที่เดินเคียงข้างความรักไปมันคงยืนยาวอย่างแน่นอน ใครเลยไม่อยากได้มัน ที่ความจริงมันไม่ใช่เสมอไป ชีวิตคู่ทุกวันนี้มันเกิดขึ้นไม่ใช่ด้วยความรักที่บริสุทธิ์อย่างที่ฉันคิด ถึงแม้ตัวฉันเองมีชีวิตไปครึ่งทางแล้วฉันก็ยังมีความคิดและแสวงหาความรักที่บริสุทธิ์และใครสักคนที่เป็นเช่นนั้น ชีวิตคู่ที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ชั่วคราวเท่านั้น ให้บ้างที่มีความรู้สึกและความคิดเช่นฉันบ้างเล่าว่าทำไมมันถึงหายาก ฉันเคยอ่านหนังสือของคุณแม่ชีศันสนีย์ฉันรู้สึกประทับใจในความรัก ฉันของเรียกคำนี้ มันช่างเป็นความรักที่บริสุทธิ์บนเส้นทางแห่งธรรมะ เสียสละซึ่งกันและกัน ซึ่งไม่เคยพบเฉกเช่นนั้นเลย

วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2555

รักลูกมากเกินพิกัด


ฉันจำไม่ได้ว่าการแสดงออกของฉันเป็นการรักลูกและห่วงลูกมากเกินไป นี่คือ คำกล่าวขานของผู้พบเห็นทุกคนที่ใกล้ชิดและรู้จัก จะทักทายและบอกให้ฉันได้ยินเสมอว่า เธอรักลูกและห่วงมากเกินไปหรือเปล่าจ๊ะคุณเพื่อน
ฉันยอมรับว่าฉันรักลูกและเฝ้ามองเขาและเธอเติบโต ความคิดขอฉันมันฝังจำว่าฉันไม่เคยได้รับเพราะท่านไม่เคยบอกเราแต่มาทุกวันนี้ วันที่ฉันเป็นแม่แล้วนั้น ฉันย้อนกลับไปถึงภาพที่สองมือทั้งสองหิ้วกระเป๋าพาฉันและน้องสาวไปส่งโรงเรียนทุกวัน พอตกกลางวันสองมือนั้นก็จะหิ้วปิ่นโตและน้ำไปให้เราทั้งสองคน เวลาเราไม่สบาย ก็จะมีสองมือที่หยาบกร้านนั้นอุ้มเราไปหาหมอ ฉันจึงเข้าใจว่าคนเราบางคนก็ไม่พูดอะไรเพราะถูกเลี้ยงมาเช่นนั้นแต่ลึกๆของจิตใจของท่านทั้งสองก็คงไม่ต่างกันว่าท่านทั้งสองรักเราสองคนพี่น้องมากเพียงใด จากการแสดงออกที่ภาพอดีตยังคงเวียนอยู่ในสมองและความทรงจำของฉัน ฉันไม่เคยลืมเมื่อนึกถึงอดีต ภาพที่คุณแม่ท่านพาฉันไปส่งที่โรงเรียน

จนถึงชั้น ประถมปีที่ 7 จนเพื่อนและครูแซวกัน จนต้องบอกท่านว่า คุณแม่เพื่อนกับครูแซวแล้วหล่ะ นั้นหล่ะค่ะถึงได้เป็นจุดเปลี่ยนของการเติบโตของฉัน ฉันเริ่มออกเดินทางไปโรงเรียนกับน้องสาวตามลำพังโดยไม่ยอมขึ้นรถเมล์ไม่ใช่ไม่มีสตังค์นะค่ะ แต่เพราะกลัวตกรถและเลยป้ายต่างหาก อ้อมีเรื่องย้อนอดีตไปทุกครั้งที่คุณแม่จะเล่าเรื่องเก่าๆเรื่องการอดนมของลูก ท่านจะต้องมีเรื่องเล่าถึงฉันในอดีตเสมอว่าเป็นเด็กที่เลิกทานนมขวดช้ามากๆ จนคุณครูต้องบอกห้ามคุณแม่ว่าห้ามให้ฉันพกขวดนมไปโรงเรียนโดยเด็ดขาดไม่เช่นนั้น ลูกจะอ่านหนังสือไม่ชัดและพูดไม่ชัดด้วยจนคุณแม่ตัดสิ้นใจเอาบรเพ็ดทาที่จุกนม นั้นก็หมายถึงว่าฉันต้องอดทานนมขวดตั้งแต่นั้นมารู้สึกถ้าจำไม่ผิดประมาณ 5 ขวบนั้นเอง ฉันนั่งนึกถึงคำพูดเพื่อนแล้วตัวเองย้อนอดีตกลับไปถึงคุณแม่ตัวเองทุกครั้ง และพูดกับตัวเองเสมอว่าฉันยังรักลูกไม่มากเหมือนคุณแม่ฉันนะ คุณแม่ฉันรักฉันและน้องสาวมากกว่าเสียด้วยซ้ำไปแต่ท่านไม่พูด จนถึงทุกวันนี้ท่านก็คงถามฉันเสมอเวลาฉันก้าวเท้าออกจากบ้าน จะเป็นคำถามที่ได้ยินเสมอ ว่า ไปไหนหากเราไม่ทำความเข้าใจก็จะหงุดงหิดกันไปว่า โตแล้วจะถามทำไมกัน แต่ ณ วันนี้ฉันยอมรับว่า ธรรมะ และการมีสติและสมาธิตั้งมั่นให้สงบ ธรรมะสามารถทำให้ใจฉันสงบนิ่งมากขึ้นและเมื่อลูกเราโตขึ้น ฉันยิ่งต้องตั้งสมาธิและสติให้นิ่งและใจเย็นในการเลี้ยงลูกในปัจจุบันจริงๆ

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ความรักที่ต่างวัย

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านแปลกไปใช่ไหมค่ะสำหรับชื่อเรื่องที่ขึ้นต้นวันนี้ดู In Love มากใช่ไหมค่ะ บังเอิญมีเรื่องราวสนใจและสงสัยอยู่ในตัวว่าทำไมความรักมันถึงเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย บังเอิญมีละครอยู่เรื่องหนึ่งที่ดังมากที่เป็นความรักต่างวัยระหว่างสินจัยกับบี้(สุกิจ) เห็นลูกๆเล่ากัน ก็เลยอยากรู้ว่าเรื่องราวเป็นเช่นไรถึงได้มีคนติดตามมากมายเช่นนั้น พอได้ดูตัวผู้เขียนนึกย้อนอดีตไปเมื่อตอนตนเองอายุ15 มีเด็กรุ่นน้องเป็นลูกชายของเพื่อนคุณแม่ เด็กผู้ชายคนนั้นอ่อนกว่า4-5ปีได้กระมั้งถ้าฉันจำไม่ผิดใหม่ที่มาที่บ้านตัวผู้เขียนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กผู้ชายคนนั้นแอบชอบเรา ความที่เราสอนหนังสือเขาทุกวัน เขาจะมาอยู่กับฉันทั้งวันเมื่อมีเวลาว่าง จนคนที่บ้านเขาแซวกัน (ภาษาวัยรุ่นนะ) และคนที่บ้านเราก็แซวเช่นเดียวกันฉันนึกภาพที่เด็กผู้ชายคนนั้นขึ้นมาได้ว่าเขาเหมือนกับละครเรื่องนี้มาก

วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2554

นิยามความรักของเด็กรุ่นใหม่

สวัสดีค่ะวันนี้ตัวผู้เขียนมีอารมณ์ In Love ร่วมกับเด็กวัยรุ่น รุ่นใหม่อยู่ ว่าเช้ามาอากาศกำลังดีและสดชื่นด้วย คิดจะมาร่ายบทนิยามความรักของเด็กรุ่นใหม่ว่าเขามีความคิดเช่นไร บังเอิญติดภาระกิจอยู่ ต้องขอโทษท่านผู้อ่านทุกท่านนะค่ะ ตัวผู้เขียนเคยคิดกับตัวเองว่า ตอนเรารุ่นๆเรามีนิยามกับความรักตอนนั้นอย่างไรบ้าง และมาวันนี้ได้คิดย้อนอดีตกับไปว่า ความรักที่อมตะของเราที่มีแก่เขาผู้นั้น ทำไมมันช่างนาน ข้ามภพข้ามชาติกันขนาดนั้น ตัวผู้เขียนเคยคิดว่า ความรักของตนเองคือการเสียสละให้คนที่เรารักมีความสุข นั้นคือสิ่งที่เราคิดนะ พอดีได้มีโอกาสสัมผัสความรักบริสุทธิ์ของเด็กวัยรุ่น

 รุ่นใหม่มาบ้าง เราทำให้สมองของเราคิดว่า เอ้อเราเด็กรุ่นนี้เขามีความคิดเหมือนเราไหม ก็ได้รับความคิดเห็นแตกต่างกันไป บางคนก็จะบอกว่า ความรักมันต้องเข้าใจกันและไปด้วยกันได้ บางคนก็บอกความรักของเราก็คือการที่ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้คนรักของเรามีความสุข บางคนก็เฉยๆ มีๆเลิกๆ เพราะยังไม่ถึงเวลา บ้างคนก็สละชีพเพื่อความรักให้ทั้งตัวและหัวใจ หลากหลายความคิดที่แต่ละคนจะมีนิยามกับความรักนั้นๆ สิ่งที่ตัวผู้เขียนต้องการทราบความรู้สึกของความรักที่มันเกิดขึ้นงดงามของเด็กๆที่เริ่มเติบโตและมีความรู้สึกที่ยังบริสุทธิ์และสดใสในเรื่องความรัก มันเหมือนดอกไม้ที่กำลังบาน หากเราประคบ หรือประคับประคองให้ดอกไม้นั้นผลิงามจนกว่ามันจะโรยราโดยไม่มีเหล่าภมร

เพิ่มคำอธิบายภาพ
มารุมล้อมนั้นก็คงไม่ได้ แต่เราจะทำเช่นไรที่จะสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานไม่ให้เหล่าภมรนั้นทำให้ดอกไม้บอบช้ำจนกว่าจะผลิดอกสวยงาม ตัวผู้เขียนได้มีโอกาสได้พูดคุยกับเด็กรุ่นใหม่ๆ นะค่ะ ความรักที่ใสบริสุทธิ์ของเด็กสมัยนี้น่ารัก บางกลุ่ม มีความคิดเห็นกับความรักแบบตลกก็มี สมัยก่อนเมื่อเราเริ่มวัยทีน ก็เริ่มจะหันมองกันบ้าง แต่คนสมัยรุ่นผู้เขียนจะสงบเสงี่ยมในเรื่องนี้มากเหมือนคนสมัยโบราณ แต่สมัยใหม่เปลี่ยนไป บางกลุ่มก็น่ากลัวกับความรัก หากไม่ได้ ก็ไม่ได้เช่นกัน ตัวผู้เขียนคิดย้อนไปและมองเหตุการณ์ย้อนกลับทีเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนที่เคยได้ลงไปแล้วนั้น มันดูว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความรัก ความรักที่บริสุทธิ์และสวยงามนั้น มันไม่จำเป็นว่าเราต้องได้เป็นเจ้าของนะค่ะ มีมากมาย อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวก็มี แล้วคุณผู้อ่านหล่ะค่ะมีบทนิยามที่สวยงามกับความรักกันอย่างไรบ้าง แสดงความคิดเห็นกลับมากันบ้างนะค่ะ อย่างน้อยเราก็สามารถแบ่งปันสิ่งที่บริสุทธิ์ที่มันเกิดขึ้นในใจได้จองมนุษย์กันบ้างนะค่ะ