วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

กรรมของมนุษย์


สวัสดีค่ะ เป็นอย่างไรกันบางค่ะคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน วันนี้ผู้เขียนมีเรื่องราวที่น่ากลัว แฝงด้วยคติธรรมสอนใจร้อนๆ มาเล่าสู่กันค่ะ มันอาจจะเป็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจ หากใครได้พบเห็นภาพที่เกิดขึ้นนะค่ะ ตัวผู้เขียนไม่ทราบนะค่ะว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร กับภาพเหตุการณ์ที่เห็นเมื่อวานนี้ ตอนที่รับลูกๆกลับบ้าน ทุกวันเราจะต้องแวะซื้ออาหารทุกวัน ก่อนกลับบ้าน เมื่อวานก็แวะซื้อไก่ทอดเจ้าประจำค่ะ เห็นคนตีกัน ก็คิดว่าพ่อตีลูกและมีแม่ห้าม ตามความคิดของเรานะค่ะ เห็นเหตุการณ์นัวเนียมาก ในระยะไกลๆแต่สิ่งที่เห็นใกล้เข้ามาคือเด็กหญิงสาวคนนั้นที่เมื่อสักครู่คิดว่าเป็นเด็กผู้ชาย เอามือกุมอกมาเลือดท่วมตัวค่ะ วิ่งเขามาทางที่ตัวผู้เขียนยืนซื้อไก่ทอดอยู่ แล้ววิ่งเข้าไปในร้านขายของใกล้ๆ

นอนนิ่งชักกระตุกอยู่ ส่วนผู้หญิงที่เข้าไปห้ามนั้นเธอยื้อยุดฉุดกระชากผู้ชายคนนั้นไม่ให้ตามเด็กสาวไป เท่านั้นเหตุการณ์ที่ตัวผู้เขียนไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นก็คือ ผู้ชายคนนั้นเกิดอารมณ์บัดดาลให้กระทำการด้วยขาดสติ จ้วงแทงผู้หญิงที่ห้ามคนนั้นสิ้นใจ ท่ามกลางคนในบริเวณตลาดตกตะลึงกัน แต่เสียงที่ได้ยินของผู้ชายคนนั้นตะโกนออกมา ให้เราได้พอรู้ว่าเรื่องราวมันน่าจะเกิดจาก อารมณ์หึงหวงของความรักหนุ่มสาวมากกว่า
หลังจากนั้น ตัวผู้เขียนไม่ได้รอดูเหตุการณ์นะค่ะ เพราะลูกๆคกใจกัน จึงต้องพากลับบ้านเพราะทุกคนเห็นเหตุการณ์ด้วยกันหมด ตัวผู้เขียนจึงต้องสอนลูกๆระหว่างทางกลับบ้าน ตลอดทาง ว่าเมื่อคนเราขาดสติยั้งคิด หายนะมันก็จะเกิดขึ้นกับตัวเรา และผู้อื่น หากเราทำบาปกับผู้อื่น เราก็จะได้รับมากกว่าเขาหลายสิบเท่า มันเป็นวงล้อของชีวิตมนุษย์ที่เวียนว่ายในล้อบุญและบาป เหมือนเช่นผู้ชายคนนั้น เขาพรากชีวิตผู้อื่นไปด้วยอารมณ์ขาดสติ สุดท้ายเท่าที่ตัวผู้เขียนทราบ ผู้ชายคนนั้นถูกตำรวจจับได้ในเวลาไม่ช้า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราสามารถสรุปได้ว่า หากมนุษย์ขาดสติเมื่อใด ให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลกัน เมื่อนั้นทุกชีวิตก็คงเวียนว่ายไปไหนวงล้อแห่งกรรมกันไม่มีวันจบสิ้นไปได้ หากเราสามารถตั้งสติ อยู่บนสมาธิที่แน่วแน่แล้ว อย่างน้อยเมื่อเราต้องพบกับเหตุการณ์ใดๆ เราก็คงหลุดรอดวงล้อแห่งกรรมนั้นไปได้เช่นกัน เรามาช่วยกันจรรโลงโลกใบนี้ให้สวยงามด้วยการกระทำความดี ตั้งอยู่บนสมาธิที่งดงาม รักษาศีล ให้ทาน แก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
 คิดก่อนทำให้ดี อย่าให้เจ้าตัวอารมณ์มาอยู่เหนือสิ่งที่ดีงามที่มีติดตัวมนุษย์เรามาหลายชั่วอายุคนแล้ว โปรดให้อภัยกับทุกชีวิต ชีวิตของเราก็มีสุขได้ทุกคนนะค่ะ หากเมื่อไหร่เราคร่าชีวิตผู้อื่นเขาไป เราก็ได้รับสิ่งเหล่านั้นที่นับทวีคูณเช่นเดียวกันช่วยกันจรรโลงโลกใบนี้กันนะค่ะ หากเราพบเห็นผู้ขาดสติเหล่านี้ช่วยกันคนละมื้อคนละไม้ อย่านิ่งดูดาย และปลูกฝังลูกหลานของเราในอนาคตให้คงซึ่งไว้ด้วย ศีล สมาธิ สตและปัญญา อย่างน้อยตัวผู้เขียนตระหนักได้ว่า ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดขึ้นนั้น คนที่มีสิ่งเหล่านี้อยู่ประจำกายตลอดเวลา ก็คงไม่ขาดสติมากมายเท่าไหร่ค่ะ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เรารู้หลายอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่คนเราขาดคือ เมตตาธรรม ที่เห็นผู้อื่นกำลังเดือดร้อนแล้วไม่ช่วย กับยืนดูด้วยการกลัว เพราะขาดสติในการคิด หากคนเรามีความสามัคคี มีเมตตาช่วยเหลือ ผู้เขียนคิดว่า ผู้หญิงสองคนนั้นคงไม่ได้จบชีวิตลงเช่นนี้ แต่หากด้วยบุญและบาปของแต่ละคนที่ทำ แน่นอน เขาก็ไม่สามารถหลุดจากบาปที่เขาทำได้ ตัวผู้เขียนได้แผ่เมตตาให้กับเธอทั้งสองเพื่อให้ไปในที่ที่ดีงามค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น